จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 185
ป.ป.ช. ร่วมกับ ตร. จับกุมอดีตเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี ทุจริตยักยอกเงินหลวง
วันที่ 25 มีนาคม 2569 สำนักพันธกรณีและความร่วมมือระหว่างประเทศ และสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตัวนางสาวนพรัตน์ คำพิไล ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและการบัญชีชำนาญงาน สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดหนองบัวลำภู กรณีเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ในการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินซึ่งใช้ในราชการให้ตนเองกับพวกเป็นผู้มีสิทธิรับเงิน โดยนางสาวนพรัตน์ฯ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.130/2567 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2567
ข้อมูลทางการสืบสวนของสำนักงาน ป.ป.ช. ปรากฏว่า นางสาวนพรัตน์ฯ ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังสาธารณรัฐเกาหลี สำนักงาน ป.ป.ช. จึงประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานกลางแห่งชาติ ตำรวจสากลกรุงเทพฯ เพื่อร่วมมือในการติดตามจับกุมผู้ถูกกล่าวหาและส่งตัวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย
ในการนี้ นางสาวนพรัตน์ฯ ได้ถูกผลักดันส่งตัวกลับประเทศไทยและเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สนธิกำลังร่วมกันเข้าจับกุมพร้อมแสดงหมายจับ และได้แจ้งข้อกล่าวหาที่ปรากฏตามหมายจับให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย รวมถึงดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และนำตัวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว ไปทำบันทึกจับกุม จากนั้นนำตัวส่งสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 4 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”