ป.ป.ช. ภาค 2 บูรณาการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี วาง ๕ มาตรการร่วมภาครัฐ-เอกชน ยกระดับธรรมาภิบาลและความเท่าเทียมในพื้นที่
18 -19 พฤษภาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ได้มอบหมายกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 2 ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีสถานประกอบการท่องเที่ยวริมทางน้ำสาธารณะ ในเขตพื้นที่อำเภอนาดี
โดยในวันที่ 18 พฤษภาคม 2549 กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทางกายภาพ ณ สถานประกอบการ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์เบื้องต้น จากนั้นในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อวางแนวปฏิบัติร่วมกันอย่างโปร่งใส โดยมี นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี สาขากบินทร์บุรี, ศูนย์ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี, องค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน, องค์การบริหารส่วนตำบลสัมพันตา รวมถึงผู้ประกอบการสถานประกอบการดังกล่าวเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมทุกฝ่ายได้มีมติเห็นชอบในแนวทางการปฏิบัติราชการเพื่อสร้างความถูกต้องและเป็นธรรมรวม 5 ข้อ ดังนี้:
1. การตรวจสอบแนวเขตที่ดิน: เพื่อความรวดเร็วและชัดเจนในรูปแปลงที่ดินเชื่อมโยงกับแนวเขตสาธารณะ ที่ประชุมมีแนวทางให้ผู้ประกอบการเอกชนเป็นผู้ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินของตนเอง เพื่อให้ได้แนวเขตที่ดินฝั่งเอกชนที่ชัดเจนในการนำมาตรวจสอบร่วมกับแนวเขตที่ดินสาธารณะของรัฐต่อไป
2. การจัดทำบัญชีสิ่งปลูกสร้าง: ให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เจ้าของพื้นที่ ดำเนินการจัดทำผังบริเวณ (Layout) และจัดทำทะเบียนควบคุมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดของสถานประกอบการให้เป็นปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบทางกายภาพว่าอาคารและระเบียงจุดใดบ้างที่ก่อสร้างถูกต้อง และจุดใดบ้างที่มีโครงสร้างรุกล้ำแนวระยะร่นตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคารต่อไป
3. การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม: ให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด บังคับใช้กฎหมายและออกคำสั่งทางปกครองด้วยความเที่ยงธรรม โดยให้ทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ในการให้คำแนะนำและคำชี้แจงข้อกฎหมายแก่ผู้ประกอบการอย่างตรงไปตรงมาในทุกมิติ ทั้งในเรื่องการปรับปรุงแบบแปลนอาคาร ขั้นตอนการขออนุญาตประกอบกิจการ การจัดการสิ่งแวดล้อม และการประเมินภาษีท้องถิ่นให้สอดคล้องกับประเภทการใช้งานจริง
4. การสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมและไม่เลือกปฏิบัติ: ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง นำกรอบมาตรฐานการตรวจสอบในครั้งนี้ ทั้งเรื่องการตรวจเขตที่ดิน ระยะร่นอาคาร ใบอนุญาตโรงแรม และระบบบำบัดน้ำเสีย ไปใช้ปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการท่องเที่ยวอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกราย
5. การตรวจสอบระบบสิ่งแวดล้อม: มอบหมายให้ องค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน เข้าตรวจสอบประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความเหมาะสมและถูกต้องของระบบบำบัดน้ำเสียของสถานประกอบการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
ในการนี้ ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเป็นอย่างดี และยินดีที่จะใช้สิทธิตามกฎหมายในการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิและสู้คดีอย่างตรงไปตรงมาตามสิทธิที่มี พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าหากผลการตรวจสอบร่วมกันสิ้นสุดและพบว่ามีส่วนใดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการในการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 ขอเรียนเน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มงวด ตรงไปตรงมา และมีธรรมาภิบาล ตั้งแต่เริ่มต้น ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยป้องกันความเสียหายเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่อาจลุกลามบานปลายในระยะยาว การแนะแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจากภาครัฐควบคู่กับการตระหนักรู้สิทธิและหน้าที่ของภาคเอกชน จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงทำให้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม ตามแนวทางการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ต่อไป
---------------------

พบทุจริต สะกิด ป.ป.ช.

สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2
เลขที่ 29/1 ถนนบางแสนสาย 2 ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 20130

038 384551

สายด่วน ป.ป.ช.1205