Contrast
d041630fab61bd3e0305e147277dd96d.jpg

“ป.ป.ช. ภาค 2 ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก ลงพื้นที่จับตาโครงการระบบกระจายน้ำปราจีนบุรี งบกว่า 31 ล้านบาท จี้เคลียร์ปมปริมาณงานดิน-งานล่าช้า ย้ำต้องโปร่งใสและคุ้มค่าเงินแผ่นดิน”

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2
จำนวนผู้เข้าชม: 41

17/06/2569

“ป.ป.ช. ภาค 2 ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังเชิงรุก ลงพื้นที่จับตาโครงการระบบกระจายน้ำปราจีนบุรี งบกว่า 31 ล้านบาท จี้เคลียร์ปมปริมาณงานดิน-งานล่าช้า ย้ำต้องโปร่งใสและคุ้มค่าเงินแผ่นดิน”

สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 เดินหน้ามาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกตามนโยบายเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบ “โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพร้อมระบบกระจายน้ำ” จังหวัดปราจีนบุรี ปักหมุดจับตากระบวนการบริหารสัญญาและปริมาณงานโครงสร้างวิศวกรรมให้ตรงตามข้อเท็จจริงหน้างาน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ได้มอบหมายให้กลุ่มประสานการป้องกันการทุจริต เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเฝ้าระวังและสังเกตการณ์การดำเนินโครงการสำคัญ ภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม ณ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูพร้อมระบบกระจายน้ำ หนองจรเวจ – หนองลูกควาย ตำบลโนนห้อม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเปิดโต๊ะหารือร่วมกับเทศบาลตำบลโคกมะกอก เพื่อวางแนวทางการรับมอบและการบริหารจัดการโครงการในระยะยาว ไม่ให้เกิดปัญหาการทิ้งร้างหลังก่อสร้างเสร็จ

ต่อมาในวันที่ 18 เมษายน 2569 ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานเจ้าของโครงการ (สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6) ผู้รับจ้างภาคเอกชน เทศบาลตำบลโคกมะกอก และภาคประชาชนนำโดยเครือข่ายชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าโครงการอย่างละเอียดและลงตรวจสภาพทางกายภาพหน้างาน

จากการตรวจสอบเชิงลึกของคณะทำงานฯ พบประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 3 ประเด็นหลัก คือ

1. ประเด็นความเหมาะสมของปริมาณงานดินขุดเทียบกับสภาพหน้างานเดิม:
จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงพบบ่อน้ำเดิมอยู่แล้วจำนวน 4 บ่อ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการขุดสระน้ำหนองจรเวจ 3 ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2559 โดยคณะทำงานฯ พบข้อสังเกตว่า บ่อน้ำเดิมมีความลึกค่อนข้างมากอยู่แล้ว อาจส่งผลต่อการคำนวณปริมาณดินขุดลอกให้ตรงตามข้อเท็จจริงในสัญญา (BOQ)

ทั้งนี้ ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ชี้แจงว่า จากเหตุผลเรื่องระดับความลึกของบ่อเดิมดังกล่าว ประกอบกับผลการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชนเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ต้องการให้เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ ทางหน่วยงานจึงอยู่ระหว่างกระบวนการอนุมัติแก้ไขแบบแปลนใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นการขยายความกว้างของขอบบ่อด้านข้างแทน เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้องานดินขุดตามที่กำหนด ซึ่งประเด็นการปรับแก้ไขแบบแปลนนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 จะต้องตรวจสอบความสมเหตุสมผลทางวิศวกรรมและระเบียบกฎหมายอย่างละเอียดต่อไป


2. ประเด็นควบคุมและบริหารจัดการมูลดิน (จุดทิ้งดิน):
ภาคประชาชนที่เข้าร่วมประชุมหารือได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับพิกัดและเส้นทางการขนย้ายมูลดินที่ได้จากการขุดลอก ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้พบการนำมูลดินไปทิ้งในพื้นที่ของเอกชน ซึ่งทางหน่วยงานได้ทำหนังสือแจ้งเตือนให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว และในขั้นตอนต่อไปจะเร่งหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการจัดการมูลดินของหลวงให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ

3. ประเด็นการบริหารสัญญาและความล่าช้า:
ปัจจุบันโครงการดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในกรอบระยะเวลาสัญญาเดิม โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 และผู้รับจ้างชี้แจงว่า นอกจากขั้นตอนการรออนุมัติปรับแก้ไขแบบแปลนข้างต้นแล้ว ยังมีอุปสรรคจากสถานการณ์น้ำในพื้นที่และช่วงฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำออกจากบริเวณพื้นที่ก่อสร้างได้ตามแผน จึงมีการเสนอขอขยายระยะเวลาสัญญาเพิ่มเติมออกไปอีก 115 วัน

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 2 จะติดตามความคืบหน้าของการอนุมัติแก้ไขแบบแปลน การวัดปริมาณงานดินขุดจริงหน้างาน และมาตรการบริหารสัญญาอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินเป็นไปตามหลักกฎหมาย มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

Related