Contrast
banner_default_3.jpg

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและศาลมีคำพิพากษาแล้ว

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5
จำนวนผู้เข้าชม: 3

15/05/2569

          คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและศาลมีคำพิพากษาแล้ว

         ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕ ได้อ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท ๙๐/๒๕๖๗ คดีหมายเลขแดงที่ อท ๗๓/๒๕๖๘ กรณีอัยการสูงสุดได้ฟ้องจำเลย ๕ คน ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ดังนี้

          ๑. นายคำ สุปัญโญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จำเลยที่ ๑

          ๒. นายพินัย ทิพย์คำ ตำแหน่งผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลบ้านแซว จำเลยที่ ๒

          ๓. นายชาญวิทย์ จิตต์คำ ตำแหน่งนายช่างโยธา สังกัดกองช่าง เทศบาลตำบลบ้านแซว จำเลยที่ ๓

          ๔. นางสาวพัชโรบล กาวีละ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ สังกัดกองคลัง เทศบาลตำบลบ้านแซว จำเลยที่ ๔

          ๕. นางสาวสายเพ็ชร สุปัญโญ ตำแหน่งธุรการกองช่าง เทศบาลตำบลบ้านแซว จำเลยที่ ๕

        กรณีร่วมกันเข้ามีส่วนได้เสียโดยนำเอกสารร้านจำนงค์ก่อสร้างและวัสดุภัณฑ์ ซึ่งมีชื่อนายจำนงค์  แก้วจันทร์ มาเป็นคู่สัญญารับจ้างทำงานโครงการก่อสร้างของเทศบาลตำบลบ้านแซว เมื่อปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒ จำนวน ๖ โครงการ ได้แก่

        ๑) โครงการก่อสร้างรั้วคอนกรีต โรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านแซว งบประมาณ ๙๖,๐๐๐ บาท

        ๒) โครงการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างและท่อพีวีซี พร้อมอุปกรณ์ประปา เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งบ้านสันทรายกองงาม (หมู่ที่ ๑๐) งบประมาณ ๓๙,๕๐๐ บาท

        ๓) โครงการจ้างเหมาซ่อมแซมศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านป่าตึง หมู่ที่ ๕ งบประมาณ จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท

        ๔) โครงการก่อสร้างลาน คสล.บริเวณอาคารอเนกประสงค์ บ้านหัวกว๊าน หมู่ที่ ๑๕ งบประมาณ จำนวน ๒๑๗,๐๐๐ บาท

        ๕) โครงการก่อสร้างถนน คสล. ในโรงเรียนเทศบาลตำบลบ้านแซว เชื่อมต่ออาคารอนุบาล งบประมาณ จำนวน ๒๒๕,๐๐๐ บาท

        ๖) โครงการก่อสร้างถนน คสล. เส้นทางห้วยจะเอ้ ห้วยปูแอ บ้านห้วยกว๊าน หมู่ที่ ๙ พร้อมป้ายโครงการ จำนวน ๑ ป้าย งบประมาณ จำนวน ๒๕๓,๐๐๐ บาท

ทั้งที่ นายจำนงค์  แก้วจันทร์ เป็นเพียงลูกจ้างรายวันของนายพินัย ทิพย์คำ จำเลยที่ ๒ เท่านั้น และร้านดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๒

        ศาลได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ จำเลยที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖

        การกระทำของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๕ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และลงโทษจำเลยที่ ๕ ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี และจำคุกจำเลยที่ ๕ มีกำหนด ๑ ปี ๔ เดือน

        พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว แม้ไม่ปรากฏว่าเทศบาลตำบลบ้านแซวได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไร แต่การกระทำของจำเลยที่ ๒ และที่ ๕ เสี่ยงจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอันเนื่องมาจากการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของรัฐและของตัวจำเลยที่ ๒ และที่ ๕ เอง สมควรลงโทษให้เป็นแบบอย่างแก่เจ้าพนักงานอื่นที่คิดจะกระทำผิดเช่นนี้ จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ และ

        ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ , ที่ ๓ และที่ ๔

        ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕

 

หมายเหตุ   การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด

              ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 

Related