Contrast
2fcb9f9a2aafb73415c670701386634a.jpg

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเกี่ยวกับคดีสำคัญ จำนวน ๒ เรื่อง

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7
จำนวนผู้เข้าชม: 5

13/01/2569

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเกี่ยวกับคดีสำคัญ จำนวน ๒ เรื่อง

 

วันนี้ (๑๓ มกราคม ๒๕๖๙) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๗ เปิดเผยเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ เกี่ยวกับคดีสำคัญ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้

 

เรื่องที่ ๑ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหานายธีรศักดิ์ พิงภักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีไม่นำเงินบริจาคเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาวัดป่าแก้วเข้าเป็นรายได้ของสถานศึกษา และไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

                    

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

                  

การกระทำของนายธีรศักดิ์ พิงภักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ ๑ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒) ฐานใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือให้มีการเสนอราคาโดยหลงผิด ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณาหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์แจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีมูลความผิดฐาน กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้ทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับ

 

การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ และมีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ  และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา ขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๘๔ วรรคสาม และข้อ ๘๕ วรรคสอง แต่จากการไต่สวนเบื้องต้น ปรากฎข้อเท็จจริงว่า นายธีรศักดิ์ พิงภักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ ๑ ได้ถึงแก่ความตายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ด้วยเหตุความตายของผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจดำเนินการไต่สวนต่อไปได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๗ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

                    

เรื่องที่ ๒ คณะกรรมการ ป.ป.ช.  ได้มีมติมอบหมายคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านายวงศกร บัวไสว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลต้นมะพร้าว อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ร่ำรวยผิดปกติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๑๓ ประกอบมาตรา ๑๑๕

                    

ไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความว่าทางพฤตินัยของนายวงศกร บัวไสว และนางสาวนงลักษณ์ นาคเดช เพียงแต่มีบุตรร่วมกันแต่ไม่ได้มีการอยู่กินกันฉันสามีภรรยา และไม่ได้มีการใช้ทรัพย์สินใด ๆ ร่วมกัน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอันถือว่าเป็นคู่สมรสตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์ของผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอันถือว่าเป็นคู่สมรส พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘

                            

ส่วนรายการฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)ประเภทบัญชี เงินฝากออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ๐๒๔ - ๓ - ๕๑๐๕๖ – ๒ ชื่อบัญชี นางสาวนงลักษณ์ นาคเดช จำนวน ๕๓ รายการ ไต่สวนได้ความว่ารายการธุรกรรมไม่เกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใดเนื่องจากเป็นการเล่นแชร์ทองคำของนางสาวนงลักษณ์ นาคเดช

                    

ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่านายวงศกร บัวไสว ร่ำรวยผิดปกติตามที่ถูกกล่าวหา เห็นควรให้ ข้อกล่าวหาตกไป

 

จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

Related