Contrast
29d31f84e3825be00eb4eaca888bb2c4.jpg

ยกระดับ ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหารถบรรทุกผิดกฎหมาย

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา
จำนวนผู้เข้าชม: 4

25/04/2569
สำนักงาน ป.ป.ช. ได้บูรณาการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อยกระดับ ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหารถบรรทุกผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม จึงจัดทำแผนการดำเนินการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ดังนี้
🚛1. กรณีรถบรรทุกฝ่าฝืนไม่คลุมผ้าใบ
1.1 ข้อกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 20 กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวจากรถ ซึ่งอาจก่ออันตรายหรือความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ มาตรา 13
1.2 แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจเน้นการจับกุมขณะกระทำความผิดบนท้องถนน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 20 (ปรับไม่เกิน 500 บาท)
1.3 กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบและลงโทษตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบกฯ มาตรา 102 ประกอบมาตรา 127 (ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท) และอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถหากทำผิดซ้ำซาก
1.4 มาตรการเชิงรุก ใช้กล้อง CCTV และระบบตรวจจับอัตโนมัติเพื่อส่งใบสั่งไปยังผู้ประกอบการ
🚚2. กรณีรถบรรทุกไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย (วิ่งขวา)
2.1 ข้อกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 35 (ฉบับแก้ไขปี 2565) ระบุว่ารถบรรทุกต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด หรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางเท่าที่จะกระทำได้
2.2 แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย
2.2.1 ตำรวจ กวดขันวินัยจราจรตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 34 และ 35 รถบรรทุกต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด เว้นแต่จะแซงหรือมีสิ่งกีดขวาง
2.2.2 กรมการขนส่งฯ ติดตามพฤติกรรมผ่านระบบ GPS Tracking ในศูนย์บริหารจัดการรถบรรทุก ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่ารถคันดังกล่าววิ่งเลนขวาต่อเนื่องเป็นระยะทางเท่าใด เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการหรือลงโทษทางปกครอง
🛠️3. กรณีดัดแปลงตัวรถและส่วนควบผิดกฎหมาย
3.1 ข้อกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ มาตรา 6 (รถต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง) และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกเรื่องการต่อเติมตัวถัง
3.2 แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย
3.2.1 ตำรวจ ตั้งจุดตรวจร่วมเพื่อตรวจสภาพรถเบื้องต้น หากพบการดัดแปลงที่ชัดเจน (เช่น ต่อตัวถังสูงเกินกฎหมาย) จะทำการออกใบสั่งและคำสั่งให้แก้ไข
3.2.2 กรมการขนส่งทางบก เข้มงวดการตรวจสภาพรถประจำปี (ตรวจสภาพรถ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน หรือ ตรอ.) และ ส่งชุด "ผู้ตรวจการขนส่ง" ลงพื้นที่สุ่มตรวจสภาพรถตามจุดยุทธศาสตร์ หากพบผิดจะใช้มาตรการ "พ่นสีแดง" (ห้ามใช้รถจนกว่าจะแก้ไข)
3.3 การบูรณาการข้อมูล ตำรวจและสำนักงานขนส่งทางบกเชื่อมโยงข้อมูลรถที่คาดว่ามีการต่อเติมผิดกฎหมาย (เช่น การเสริมกระบะข้างหรือต่อเติมความสูงเกินเกณฑ์) เพื่อตรวจสอบประวัติและลงโทษ
3.4 อำนาจเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานจราจร (ตร.) มีอำนาจสั่งหยุดรถเพื่อตรวจสภาพหากพบว่าสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงและอาจเกิดอันตราย สามารถสั่งห้ามใช้รถทันที หรือหากไม่ถึงขั้นอันตรายร้ายแรง สามารถสั่งระงับการใช้รถชั่วคราว (15-60 วัน) เพื่อให้ไปแก้ไขให้ถูกต้องตามที่จดทะเบียนไว้
3.5 มาตราการทางปกครอง (ขบ.) นายทะเบียนมีอำนาจสั่งระงับการใช้รถหรือพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (ไม่เกิน 6 เดือน) หากผู้ประกอบการปล่อยปละละเลย
🚛4. กรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
4.1 ข้อกฎหมายประกาศพิกัดน้ำหนักสูงสุดตามประเภทรถ
4.2 แนวทางการบังคับใช้กฎหมาย
4.2.1 ตำรวจดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.ทางหลวงฯ และ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ส่งฟ้องศาลเพื่อริบรถบรรทุก (ในกรณีที่เป็นคำสั่งศาล)
4.2.2 กรมการขนส่งทางบก เชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลผู้ประกอบการขนส่ง (License)
เพื่อใช้มาตรการตัดคะแนนหรือถอนใบอนุญาตประกอบการ
4.2.3 ระบบบันทึกคะแนน ตำรวจจัดให้มีระบบบันทึกและตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งสำนักงานขนส่งทางบกจะนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หรือจัดหลักสูตรอบรมวินัยจราจรเพิ่มเติม

Related