Contrast
fb7baba35e73eead798d9cc1f341e1b8.png

ป.ป.ช.พังงา ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ พื้นที่อำเภอตะกั่วป่า

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา
จำนวนผู้เข้าชม: 2

17/03/2569
ป.ป.ช.พังงา ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ พื้นที่อำเภอตะกั่วป่า
วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายปกครอง สุวรรณดารา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ภารกิจป้องกันการทุจริต ดำเนินกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) (ครั้งที่ 3) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอดหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (Empowering STRONG for Proactive Anti-Corruption : ESPAC) โดยมีการร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจ ติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
โดยในที่ประชุมมีเครือข่ายภาคประชาชน ชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพังงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพร้อมลงพื้นที่ ประกอบด้วย นายวุฒิศักดิ์ ปานแก้ว นักวิชาการแรงงานชำนาญการและคณะ จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดพังงา พ.ต.ท.อัครพล วงษ์คลัง สว.ตม.จว.พังงาและคณะ จากสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา นายปณิธาน แก้วหมุน ปลัดอำเภอตะกั่วป่า และนายสมญา นพฤทธิ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลคึกคัก ได้เข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงาน ดังนี้
📌การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
-สำนักงาน ตม. จังหวัดพังงารับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดพังงา จำนวน 8 อำเภอ สถานการณ์ลักลอบเข้าประเทศในพื้นที่จังหวัดพังงา มีไม่มากเนื่องจากไม่มีพื้นที่ที่เป็นรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่หากมีเข้ามา จะเป็นในลักษณะของการลักลอบเข้าทางทะเล บริเวณเกาะพระทอง หมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งสถิติแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในพื้นที่ แบ่งตามวิธีเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมายและเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายดังนี้
- แบบถูกกฎหมาย จำนวน 18,790 คน แยกเป็นสัญชาติ ดังนี้ สัญชาติเมียนมา จำนวน 18,087 คน กัมพูชา 174 คน ลาว 529 คน
- แบบผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา จำนวน 351 คน สัญชาติลาว 3 คน สัญชาติเยอรมันจำนวน 1 คน
กระบวนการขั้นตอนการจับกรณีตรวจพบแรงงานข้ามประเทศโดยผิดกฎหมาย ดังนี้
1. ทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางและใบสำคัญประจำตัว
2. หากพบว่ามีการเข้าประเทศแบบผิดกฎหมายจะทำกับจับกุมและตรวจสอบ
3. ทำบันทึกการจับกุม
4. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
5. ส่งตัวเข้าห้องกักขัง
6. ผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง
📌การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานจัดหางานจังหวัดพังงา
1. การออกใบอนุญาตและรับแจ้งการทำงานการออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit): พิจารณาอนุมัติและออกใบอนุญาตทำงานให้แก่คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การรับแจ้งเข้า-ออกจากงาน : รับแจ้งรายชื่อ สัญชาติ และลักษณะงานจากนายจ้างเมื่อมีการจ้างคนต่างด้าวเข้าทำงาน หรือเมื่อคนต่างด้าวออกจากงาน (ต้องแจ้งภายใน 15 วัน)
การนำเข้าแรงงาน (MOU) : รับคำร้องจากนายจ้างที่ประสงค์จะนำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศ
2. การควบคุมและตรวจสอบตรวจสอบการทำงาน: กำกับดูแลและตรวจสอบสถานประกอบการ เพื่อตรวจสอบว่าคนต่างด้าวทำงานตรงตามสิทธิหรือไม่ ประเภทงาน และสถานที่ที่ได้รับอนุญาตตรงตามที่ขออนุญาตไว้หรือไม่
กวดขันอาชีพต้องห้าม : ตรวจสอบไม่ให้คนต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยหรือทำอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนไทยตามกฎหมาย
ซึ่งวิธีการให้บริการในปัจจุบันให้ผู้ยื่นขอใช้บริการยื่นผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น โดยเป็น ระบบลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวออนไลน์ ตลอด 24 ชม. ผ่านระบบ “e-WorkPermit” ครอบคลุมตั้งแต่การยื่นคำขอ ตรวจสอบสถานะ การอนุมัติ รับใบอนุญาตทำงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้มีความทันสมัย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ลดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ยื่น ลดปัญหาการเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับการอนุมัติ อนุญาต
ทั้งนี้ ภาคประชาชนได้มีการเสนอประเด็นปัญหาเกี่ยวกับแรงงานในพื้นที่และขอให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากพื้นที่บ้านเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หากมีปล่อยปละละเลยให้มีแรงงานผิดกฎหมาย จะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และจะก่อให้เกิดแย่งงานของคนไทย รวมถึงอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยซึ่งจะต้องมีการกวดขันอย่างเข้มงวด และเครือข่ายยภาคประชาชนเองพร้อมเป็นหู เป็นตาคอยสอดส่องดูแลเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่เพื่อจับตามองเกี่ยวกับประเด็นแรงงานในพื้นที่อีกด้วย และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา ในการจับกุมคดีเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวแล้วมีการส่งต่อ สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ให้มีการติดตามรายงานผล หน่วยงานจับกุมเพื่อลดช่องโหว่ในการปล่อยให้ผู้กระทำผิดหลุดจากกระบวนการยุติธรรมหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ
 

Related