ตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โดยแบ่งอำนาจหน้าที่หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้

ด้านป้องกัน  เป็นสิ่งที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญมาก โดยเน้นในเรื่องการรณรงค์การสร้างจิตสำนึก ในด้านคุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังให้ประชาชนยึดมั่นในความซื่อสัตย์ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันป้องกัน และปราบปรามการทุจริตของสังคม รวมไปถึงประเทศชาติอีกด้วย

ด้านปราบปราม เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวกับการไต่สวน ด้วยความยุติธรรม และรวดเร็ว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการคุ้มครองพยาน

ด้านตรวจสอบ สำนักงาน ป.ป.ช. มีอำนาจในการตรวจสอบทรัพย์สินของราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง

ด้านวิชาการ สำนักงาน ป.ป.ช. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ในเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมดำเนินงานควบคู่ไปกับแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและการพัฒนาการเมืองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขที่ยึดมั่นอยู่ในหลักนิติรัฐและหลัดธรรมาภิบาล ภายใต้วิสัยทัศน์ "สังคมไทยมีวินัยและยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ทุกภาคส่วน ร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริต" โดยส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกให้สังคมไทยมีวินัย และยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม สนับสนุนการจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พัฒนาเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างบูรณาการ รวมทั้งพัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม กระจาย และถ่วงดุลอำนาจ

ด้านการต่างประเทศ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการประสานงานคดีทุจริตระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมการขยายเครือข่ายความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริต ทั้งในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน และแบบทวิภาคีกับองค์กรต่อต้านการทุจริตในประเทศต่างๆ อาทิ จีน สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ราชอาณาจักรภูฏาน และองค์กรระหว่างประเทศอย่าง World Bank และ UNODC เป็นต้น นอกจากนั้น ยังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการต่อต้านการทุจริต ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ ๑๔

ตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) สำนักป้องกันการทุจริตภาคประชาสังคมและการพัฒนาเครือข่าย ได้ตระหนักถึงวิสัยทัศน์ คือ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต (Zero Tolerance & Clean Thailand)” ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมในการบูรณาการร่วมกันในหน่วยงานต่างๆ และการสร้างเครือข่ายข้อมูล ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อบรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ไปพร้อมกัน เพื่อคอยกระตุ้นให้เกิดแรงผลักดันในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตก่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมซึ่งส่งผลต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยที่มีค่าคะแนนในระดับที่สูงขึ้น

ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมเครือข่ายเฝ้าระวัง สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อสร้างพลังของประชาชนให้เกิดจิตสำนึก  ปลูกฝังให้เกิดค่านิยมร่วมต้านทุจริตมีจิตสำนึกสาธารณะ และไม่ทนต่อบุคคลที่กระทำการทุจริตโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต บนพื้นฐานของการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่การสร้างสังคมโปร่งใส และตระหนักในผลเสียหายร้ายแรงที่เกิดจากการทุจริตอย่างสอดคล้องเหมาะสม ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติฯ โดยใช้กลไกการสร้างเครือข่าย อันจะสนับสนุนให้การปฏิบัติงานด้านป้องกันการทุจริตบรรลุตามเป้าหมายที่จะพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และสร้างวินัยให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมโปร่งใสให้เกิดขึ้นให้เป็นสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตอย่างยั่งยืนต่อสืบต่อไป

img-man