Contrast
banner_default_2.jpg

มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน

จากไชต์: สำนัก มาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม
จำนวนผู้เข้าชม: 23

24/04/2569

มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน

 

ที่มาและความสำคัญ

 

              ปัญหาการทุจริตในรูปแบบการรับและให้สินบน เป็นปัญหาเรื้อรังที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง ในสังคมไทยและในหลายประเทศทั่วโลก เป็นปัญหาที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งนับเป็นภัย คุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และบั่นทอนความ เชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย

 

              มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน จะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ ภาครัฐมีกระบวนการทำงานที่มีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ลดต้นทุนแฝงของประชาชนและ ภาคเอกชน อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้าง ภาพลักษณ์ของหน่วยงานภาคและรัฐประเทศ ส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย

 

ข้อเสนอแนะ

 

              เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต กรณีการรับและให้สินบน อันเป็นปัญหาที่สำคัญและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนา ประเทศทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ส่งเสริมความ เชื่อมั่นของนักธุรกิจและนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้ ตามนัยมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนี้

 

    1. รัฐบาลควรเร่งดำเนินการตามมาตรการแผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามรัฐธรรมนูญ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของชาติ

 

    2. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริต ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ ทั้งด้านงบประมาณด้านบุคลากร ด้านเทคโนโลยี ด้านการพัฒนากฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและดำเนินคดี หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานดังกล่าวเป็นไปอย่างรวดเร็ว เท่าทันกับบริบทหรือสถานการณ์การทุจริต การรับหรือให้สินบน ที่เปลี่ยนแปลงไปและซับซ้อนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการปราบปรามการทุจริต การตรวจจับสินบน ในโครงการที่มีงบประมาณสูงที่จะทำให้สามารถเรียกเงินคืนได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปฏิบัติงานของชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมถึง ในการตรวจจับพฤติกรรมของเจ้าพนักงานของรัฐหรือบุคคลที่มีโอกาสเรียกรับสินบนและให้สินบน การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) โดยสามารถนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประมวลผล เพื่อใช้แจ้งเตือนเหตุการณ์ที่น่าสงสัยก่อนการเกิดสินบน เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริต ให้เกิดความรวดเร็วในการบังคับใช้กฎหมาย และสร้างความ เชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

    3. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐอย่างโปร่งใส โดยจัดให้มีช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้อย่างทั่วถึง อันจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและทุกภาคส่วน ในการตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ และร่วมกันต่อต้านการทุจริต โดยให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการ ต่อต้านการทุจริต การรับและให้สินบน ผ่านกลไกการแจ้งเบาะแส ที่มีความสะดวก ปลอดภัย สามารถปกปิดตัวตนของผู้แจ้ง และมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเหมาะสม โดยให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็น หน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

      4. รัฐบาลควรกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ ในการเร่งรัดผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อทำการยกเลิก ทบทวน ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย มีความซ้ำซ้อน หรือไม่จำเป็น รวมถึงการสร้างหรือพัฒนา กลไกหรือเครื่องมือไว้ในกฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาตของภาครัฐ และการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานของรัฐ โดยให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและส่งเสริมการบังคับใช้ กฎหมายในการต่อต้านสินบนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศ ค.ศ. 1997 (OECD Anti-Bribery Convention) และการเข้าร่วมเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าวของประเทศไทย

 

    5. ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ต้องแสดงบทบาทนำในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงาน โดยเฉพาะประเด็นปัญหาสินบน รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือวางแผนงานโครงการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงการทุจริตการรับและให้สินบน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

        นอกจากนี้ ผู้บริหารหน่วยงานดังกล่าว ต้องกำกับดูแลให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เปิดเผย โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงรักษาจริยธรรมตามมาตรฐานจริยธรรมและประมวลจริยธรรมอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือฝ่าฝืนจริยธรรม จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

  6. ส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับสภาพกาล รวมถึงพัฒนาฐานข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลอนุญาต โดยให้หน่วยงาน และการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุมัติ ดังกล่าวจัดทำแผนการดำเนินการและกรอบระยะเวลาการดำเนินการตามแผนที่ชัดเจน เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานของรัฐ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นหน่วยงาน รับผิดชอบหลักร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

  7. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชนที่จะมาเป็นคู่สัญญาหรือรับสัมปทานหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐ มีระบบการต่อต้านการให้สินบนที่มีประสิทธิภาพ เช่น มีการ ป.ป.ช. กำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการต่อต้านการให้สินบนตามที่สำนักงานกำหนด หรือส่งเสริมให้พัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานการต่อต้านการทุจริตของแนวร่วมปฏิบัติของ ภาคเอกชนไทยในการต่อต้านคอร์รัปชัน (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) หรือมาตรฐานระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบน (ISO 37001) เป็นต้น โดยให้กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

   8. ส่งเสริมและสนับสนุนให้สื่อของรัฐและเอกชนทุกประเภทมีบทบาทในการรณรงค์ เสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต การปลูกจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตการรับและให้สินบนแก่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูล ผลการดำเนินคดีและการลงโทษผู้กระทำความผิด อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักไม่กล้ากระทำความผิด โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

      ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รายงานผลการขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการฯ เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นประจำทุกปีด้วย

Related