Contrast
8ee37f1373d5ac150fb4940baa1c7e73.png

ป.ป.ช. พังงา ติดตามการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ณ ขนส่งจังหวัดพังงา สาขาตะกั่วป่า

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา
จำนวนผู้เข้าชม: 8

23/06/2569
 
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่เพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา สาขาอำเภอตะกั่วป่า ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยมีนายสมเกียรติ จงเจริญ ขนส่งจังหวัดพังงา และนางมณี ตันสกุล หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา สาขาอำเภอตะกั่วป่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและนำเสนอเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานดังกล่าว
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง และกระทรวงคมนาคม ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย
📌ประเด็นสำคัญจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ
- ข้อจำกัดด้านบุคลากรและภาระงาน : สำนักงานขนส่งสาขาตะกั่วป่ามีเจ้าหน้าที่รวมเพียง 10 ท่าน (เป็นข้าราชการ 4 ท่าน) แต่ต้องดูแลรับผิดชอบครอบคลุมถึง 3 อำเภอ
ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแบบควบตำแหน่ง (Multi-tasking) เพื่อให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
- ปัญหาการดัดแปลงรถเพื่อเลี่ยงการตรวจสภาพ: พบปัญหาผู้ประกอบการรถบรรทุกและรถกระบะ มักจะรื้ออุปกรณ์ตกแต่งหรือส่วนดัดแปลงออกเพื่อให้ตรวจสภาพผ่านตามเกณฑ์ แต่เมื่อพ้นด่านตรวจไปแล้วจะกลับไปดัดแปลงสภาพเดิมเพื่อใช้งานจริง
นอกจากนี้ยังพบเทคโนโลยีใหม่ เช่น หลอดไฟที่สามารถเปลี่ยนสีหรือรูปแบบผ่านรีโมทคอนโทรลภายในรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขณะตรวจสอบ
- จำนวนผู้รับบริการนอกพื้นที่: มีประชาชนจากจังหวัดภูเก็ตเดินทางมาใช้บริการที่สาขาตะกั่วป่าจำนวนมาก เนื่องจากคิวในภูเก็ตหนาแน่น
- บทลงโทษที่ไม่สมดุลกับรายได้: เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าอัตราค่าปรับในบางกรณี เช่น รถบรรทุกน้ำหนักเกินหรือดัดแปลงสภาพ (ประมาณ 2,000 บาท) ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้จากการขนส่งแต่ละเที่ยว (อาจสูงถึง 50,000 บาท) ทำให้ผู้ประกอบการยอมจ่ายค่าปรับดีกว่าหยุดเดินรถ
📌 แนวทางการป้องกันทุจริต: ปัจจุบันทางสาขาได้นำระบบการชำระเงินออนไลน์และเงินโอนมาใช้ควบคู่กับเงินสด เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยมีการออกใบเสร็จผ่านระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเพื่อป้องกันการทุจริตหน้าเคาน์เตอร์
📌การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพส่งผลดีต่อประชาชนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น
- ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: การบังคับใช้กฎหมายจราจรและขนส่งอย่างเคร่งครัดจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัยมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ความสูญเสียต่อชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ร่วมทางได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ: เจ้าหน้าที่ขนส่งมีการควบคุมและตรวจสอบอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะให้เป็นไปตามที่กรมกำหนด หากมีการร้องเรียนเรื่องการเก็บค่าโดยสารเกินราคา (เช่น ผ่านสายด่วน 1584) เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและปรับผู้ประกอบการ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยว
- มาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ: การตรวจสภาพรถอย่างเข้มงวดช่วยคัดกรองรถที่ดัดแปลงสภาพอย่างผิดกฎหมายหรือรถที่มีสภาพไม่พร้อมใช้งาน (เช่น ระบบเบรกมีปัญหา หรือติดไฟส่องสว่างที่รบกวนผู้อื่น) ออกจากท้องถนน เพื่อให้มั่นใจว่ายานพาหนะที่สัญจรไปมามีความปลอดภัยตามมาตรฐาน
- ความโปร่งใสและเป็นธรรมในการรับบริการ: การนำระบบเทคโนโลยีมาใช้บังคับกฎหมาย เช่น ระบบการตรวจสภาพรถที่ส่งข้อมูลเข้าส่วนกลางโดยตรง หรือการใช้ระบบใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ป้องกันปัญหาการทุจริต และสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนที่มารับบริการ
- การรักษาสภาพทางหลวง: การกำกับดูแลเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน (แม้จะเป็นภารกิจคาบเกี่ยวหลายหน่วยงาน) มีส่วนช่วยในการรักษาพื้นผิวจราจรไม่ให้เสียหายก่อนเวลาอันควร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย
📌 ข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. : สนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีเครื่องมือวัดผลอัตโนมัติมาใช้ในการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งกับประชาชน พร้อมแนะนำให้มีการจัดเก็บสถิติความพึงพอใจและข้อมูลการทำงานในเชิงวิชาการเพื่อใช้เป็นดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานที่ชัดเจน
การหารือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการงานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนบนท้องถนน และการสร้างระบบการทำงานที่โปร่งใสในระดับพื้นที่

Related