
ป.ป.ช. พังงา ลงพื้นที่ติดตามมาตรการรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ณ สถานีตรวจสอบน้ำหนักคุระบุรี จังหวัดพังงา
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายปกครอง สุวรรณดารา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ภารกิจป้องกันการทุจริต ร่วมลงพื้นที่ ในการลงพื้นที่กำกับติดตามเฝ้าระวังตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ณ สถานีตรวจสอบน้ำหนัก/ด่านชั่งน้ำหนัก อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยมี นายสุรชัย สุจิวรรณ หัวหน้าสถานีฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและอธิบายขั้นตอนการดำเนินงานของสถานีตรวจน้ำหนัก โดยรับทราบข้อมูลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ดังนี้

สถานีตรวจสอบน้ำหนักคุระบุรี พังงา ในปัจจุบันมีระบบที่ใช้ในการทำงานของสถานีฯ ประกอบด้วย
1. ระบบ Static ระบบชั่งน้ำหนักเป็นแบบชั่งน้ำหนักรถขณะหยุดนิ่ง (Static Scale) การชั่งน้ำหนักที่สถานีฯนั้นสามารถใช้เป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง สถานีตรวจสอบน้ำหนักจะติดตั้งเครื่องชั่งน้ำหนักเป็นระบบอีเล็กโทรนิกส์แบบบ่อ ที่ใช้ชั่งน้ำหนัก รถบรรทุกในขณะจอดนิ่งซึ่งสามารถชั่งระบรรทุกได้ทั้งคัน
2.ระบบ WIM (Weight In Motion) ตรวจสอบคัดแยกรถบรรทุกในเบื้องต้นว่าอาจมีน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อนำเข้าไปชั่งน้ำหนักที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักเพื่อลดการติดขัดบริเวณหน้าสถานีและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบน้ำหนัก
3.ระบบ Image Processing System (Imps) ระบบแจ้งเตือนรถไม่เข้าสถานีฯ ตรวจสอบรถที่ฝ่าฝืนไม่เข้าชั่งที่สถานีฯ โดยติดตั้งที่บริเวณด้านหน้าสถานีตรวจสอบน้ำหนัก เพื่อคัดแยกรถบรรทุกที่ไม่เข้าชั่งฯ พร้อมทั้งแสดงลักษณะและป้ายทะเบียนรถบรรทุกที่ฝ่าฝืนไม่เข้าชั่งที่สถานีฯ และวัดค่าน้ำหนักว่ารถบรรทุกคันไหนมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยส่งข้อมูลเตือนให้สถานีฯ ทราบว่ามีรถบรรทุกไม่เข้าสถานีฯ และมีน้ำหนักเกินพิกัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตาม นำกลับมาชั่งน้ำหนักที่สถานีฯ
4.ระบบ VWS (Virtual Weigh Station) สามารถชั่งน้ำหนักยานพาหนะในขณะเคลื่อนที่ได้ และสามารถชั่งน้ำหนักแต่ละเพลาและสามารถหาค่าน้ำหนักรวมทั้งคันได้ โดยติดตั้งอุปกรณ์สำหรับชั่งน้ำหนักนี้บนทางหลวง เมื่อรถบรรทุกที่มีแนวโน้มน้ำหนักเกินเดินผ่านอุปกรณ์ฯ ระบบจะทำการบันทึกข้อมูล ทะเบียนรถ,ประเภทรถ และน้ำหนัก ส่งไปยังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
แต่ปัจจุบันระบบส่งสัญญาณอัตโนมัติบางส่วนได้แก่ ระบบ WIM และระบบ VWS อยู่ในระหว่างการประสานงานซ่อมบำรุงและมีการรื้อย้ายบางจุดเพื่อรองรับการขยายถนน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้การสังเกตการณ์และประสบการณ์เพื่อคัดกรองรถเข้าสู่เครื่องชั่งระบบถาวร (Static Scale) ที่มีความเที่ยงตรงสูงสุด ณ สถานี

ปัญหาและอุปสรรคสำคัญของหน่วยงาน
1. ข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีและระบบขัดข้อง
ระบบคัดกรองอัตโนมัติใช้งานไม่ได้: ระบบ WIM (Weigh-in-Motion) และจอแสดงผล LED แจ้งเตือนรถน้ำหนักเกินมีปัญหาขัดข้องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เนื่องจากระบบสายไฟ และบางส่วนมีการรื้อย้ายเพื่อรองรับการขยายถนน
ความล่าช้าในการซ่อมบำรุง: การประสานงานซ่อมบำรุงกับบริษัทเอกชนและส่วนกลางเป็นไปอย่างล่าช้า
2. ขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
อำนาจจำกัดเฉพาะทางหลวงแผ่นดิน: เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายเฉพาะบน ทางหลวงแผ่นดิน (ทล.) เท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปจัดการรถบรรทุกบนทางหลวงชนบทหรือถนนท้องถิ่นได้ แม้จะได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน
กระบวนการจับกุมที่ไม่เบ็ดเสร็จ: สถานีฯ ไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับเอง ต้องส่งตัวผู้ขับขี่และรถให้พนักงานสอบสวน (ตำรวจ) เพื่อส่งฟ้องศาลเท่านั้น ซึ่งทำให้กระบวนการทางกฎหมายมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน
3. อัตรากำลังและงบประมาณ
ขาดแคลนบุคลากร: สถานีฯ ยังมีตำแหน่งว่างที่ยังไม่ได้บรรจุ และการจ้างเหมาเจ้าหน้าที่ใหม่ต้องรอการอนุมัติงบประมาณจากส่วนกลางเป็นงวดๆ ไม่ได้มาเป็นก้อนเดียวทั้งปี ทำให้บริหารจัดการยาก
ค่าตอบแทนไม่คุ้มความเสี่ยง: ค่าตอบแทน (เบี้ยเลี้ยง) ของเจ้าหน้าที่อยู่ในระดับต่ำ (ประมาณ 240 บาทต่อวัน) เมื่อเทียบกับความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การขับรถไล่ตามรถบรรทุกที่หลบหนี
4. อุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานยานพาหนะไม่เพียงพอ: สถานีฯ มีรถตรวจการณ์เพียงคันเดียว หากต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ (Spot Check) จะไม่มีรถเหลือสำหรับกรณีฉุกเฉินที่สถานี
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน: เจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธและมีความเสี่ยงสูงเมื่อต้องขับรถไล่สกัดรถบรรทุก
5. กลยุทธ์การหลบเลี่ยงของผู้ประกอบการ
การเลี่ยงเส้นทาง: รถบรรทุกมักใช้การ "วิ่งอ้อมด่าน" เข้าไปในถนนสายรองหรือถนนในหมู่บ้านเพื่อเลี่ยงการถูกตรวจน้ำหนัก ซึ่งนอกจากจะจับกุมยากแล้วยังทำให้ถนนท้องถิ่นพังเสียหาย
เครือข่ายแจ้งเตือน: ผู้ประกอบการบางรายมีระบบแจ้งข่าวกันเอง ทำให้เมื่อเจ้าหน้าที่ออกไปตั้งจุดตรวจชั่วคราว รถบรรทุกจะหยุดวิ่งหรือเปลี่ยนเส้นทางทันที

ข้อเสนอแนะจากสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การติดตามความคืบหน้าของคดีเพื่อป้องกัน "คดีสูญหาย"
ทำหนังสือติดตามคดีอย่างเป็นทางการ โดยเสนอให้สถานีฯ ทำหนังสือสอบถามไปยังพนักงานสอบสวน (สภ.) และศาล เกี่ยวกับสถานะของคดีที่ส่งไปแล้ว โดยเฉพาะกรณีที่ข้อมูลในระบบของศาลไม่ปรากฏชื่อคดี
2. การประชาสัมพันธ์ขอบเขตอำนาจหน้าที่
แจ้งหน่วยงานท้องถิ่น: เสนอให้สถานีฯ ทำหนังสือประชาสัมพันธ์ไปยัง อบต. หรือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่มีอำนาจเฉพาะบนทางหลวงแผ่นดินเท่านั้น และ สร้างความเข้าใจกับประชาชนจะช่วยลดความขัดแย้ง กรณีที่ชาวบ้านร้องเรียนเรื่องรถบรรทุกบนถนนทางหลวงชนบทหรือถนนท้องถิ่น ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของสถานีฯ
3. การทำงานเชิงรุกและการประสานความร่วมมือ
ขอความร่วมมือผู้ประกอบการต้นทาง: เสนอให้มีการประสานงานกับลานไม้ บ่อดิน หรือสถานประกอบการใหญ่ๆ ในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้บรรทุกน้ำหนักเกินตั้งแต่ต้นทาง
4. การผลักดันเชิงนโยบายและสวัสดิการ
การปรับปรุงค่าตอบแทนและความปลอดภัย: ป.ป.ช. รับทราบปัญหาเรื่องค่าตอบแทน (เบี้ยเลี้ยง) ที่ไม่คุ้มกับความเสี่ยงในการขับรถไล่ตามรถบรรทุก โดยจะนำเรื่องนี้ไปสะท้อนต่อหน่วยงานระดับนโยบายเพื่อให้เกิดการแก้ไขในภาพรวม