Contrast
37b461d1468ee4a47ec01194e2056434.jpg

ป.ป.ช. ภาค 1 บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาชีพ และเครือข่ายภาคประชาชน ขับเคลื่อนเฝ้าระวัง 10 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท มุ่งป้องกันความเสี่ยงทุจริตตั้งแต่ต้นทาง

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1
จำนวนผู้เข้าชม: 14

07/08/2569

ป.ป.ช. ภาค 1 บูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาชีพ และเครือข่ายภาคประชาชน ขับเคลื่อนเฝ้าระวัง 10 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท มุ่งป้องกันความเสี่ยงทุจริตตั้งแต่ต้นทาง


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 จัดการประชุมขับเคลื่อนการเฝ้าระวังการทุจริตโครงการในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ณ ห้องประชุมนนทบุรี 3 อาคาร 4 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี            การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานตรวจสอบ องค์กรวิชาชีพ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคประชาชน ในการร่วมกันเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีวงเงินงบประมาณสูง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการทุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐเป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

                   สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดปทุมธานี สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 1 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักบริหารพัสดุแห่งประเทศไทย ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชน ได้แก่ ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานี

                   ในการประชุม ได้กำหนดกรอบการเฝ้าระวังโดยมุ่งเน้นประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินโครงการ อาทิ การกำหนดราคาหรือประมาณการราคาที่อาจสูงเกินความเป็นจริง การจัดทำขอบเขตของงานหรือข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน (TOR) ที่อาจมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาหรือผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่ง การเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้างทั้งในขั้นตอนก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ระหว่างการบริหารสัญญา และขั้นตอนการตรวจรับงาน ตลอดจนการกระทำที่อาจมีความเสี่ยงต่อความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542

                   นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการพิจารณาความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของงานก่อสร้าง การบริหารจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง ความปลอดภัยของประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน การลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนการกำกับดูแลให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญาและมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัดสำหรับโครงการที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังในครั้งนี้ มีจำนวน 10 โครงการ ประกอบด้วย

  1. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 1 จังหวัดปทุมธานี
  2. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 2 จังหวัดปทุมธานี
  3. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 3 จังหวัดปทุมธานี
  4. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 4 จังหวัดปทุมธานี
  5. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 5 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  6. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    –บางปะอิน งานโยธา ตอน 6 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  7. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 7 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  8. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    – บางปะอิน งานโยธา ตอน 8 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  9. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว
    –บางปะอิน งานโยธา ตอน 9 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  10. โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 347 ตัดทางหลวงหมายเลข 3263 (แยกวรเชษฐ์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                   ในส่วนของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) ผู้แทนกรมทางหลวงได้นำเสนอข้อมูลภาพรวม ความเป็นมา วัตถุประสงค์ รูปแบบและลักษณะงานก่อสร้าง แนวทางการบริหารจัดการจราจร ตลอดจนมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยโครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 ช่วงบางใหญ่–กาญจนบุรี

                   ผู้แทนจากหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมกันซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการกำหนดเงื่อนไขของสัญญา การกำกับดูแลผู้รับจ้าง การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของงาน การจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงมาตรการด้านความปลอดภัยของโครงการ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ดำเนินการในพื้นที่ซึ่งมีประชาชนใช้เส้นทางและมีชุมชนอยู่โดยรอบ

                   ผู้แทนกรมทางหลวงได้ชี้แจงถึงแนวทางการยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปปรับปรุงข้อกำหนดและแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้การก่อสร้างในโครงการต่าง ๆ มีการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมได้เสนอให้มีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้หน่วยงานตรวจสอบ องค์กรวิชาชีพ และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและสะท้อนข้อสังเกตในแต่ละช่วงของการดำเนินงาน

                   การประชุมดังกล่าวมิได้มุ่งเน้นเฉพาะการตรวจสอบเมื่อเกิดปัญหาหรือข้อร้องเรียนแล้วเท่านั้น แต่เป็นการนำแนวทาง “การป้องกันเชิงรุก” มาใช้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการ โดยร่วมกันพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ปัญหา และอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้หน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถนำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปใช้ประกอบการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

                   ทั้งนี้ ภายหลังจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะในการประชุม สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันกำหนดแนวทางและแผนการติดตามเฝ้าระวังการดำเนินโครงการในระยะต่อไป เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดโอกาสและปัจจัยเสี่ยงต่อการทุจริต ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐจะได้รับการติดตามและเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วน

 

Related