Contrast
18ae8868db59e34633d7fb05e462d18d.jpg

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เรื่องกล่าวหานางณหทัย ขุนแผ้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ทุจริตเงินรายได้ค่าขายผลปาล์มน้ำมันและเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดของโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระนอง
จำนวนผู้เข้าชม: 571

13/02/2569

คดีหมายเลขดำที่ 70 - 1 - 0465/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 1232 - 1 - 50/2568 เรื่องกล่าวหานางณหทัย ขุนแผ้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ทุจริตเงินรายได้ค่าขายผลปาล์มน้ำมันและเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดของโรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60

 

           ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่า โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 มีรายได้สถานศึกษาจากสวนปาล์มน้ำมันของโรงเรียน และเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดของโรงเรียน โดยเงินรายได้ดังกล่าวจะต้องนำเข้าบัญชีเงินรายได้ของสถานศึกษาทั้งหมด ผู้ถูกกล่าวหาได้ย้ายเข้ามาดํารงตําแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ผู้ถูกกล่าวหาได้ทําการเปลี่ยนลานตัดปาล์มรายใหม่ โดยไม่แจ้งให้ครูเจ้าหน้าที่การเงิน ครูเวรรักษาการณ์ประจำวัน หรือครูผู้รับผิดชอบโครงการปาล์มน้ำมันในสถานศึกษาของโรงเรียนทราบ โดยเมื่อถึงช่วงเวลาตัดผลปาล์มน้ำมันในแต่ละครั้ง ผู้ถูกกล่าวหาได้นัดแนะกับลานปาล์มน้ำมันรายใหม่ดังกล่าว ให้เข้ามาทำการตัดผลปาล์มน้ำมันของโรงเรียนในช่วงหยุดราชการวันอาทิตย์ โดยปกปิดไม่แจ้งให้ครูเจ้าหน้าที่การเงิน ครูเวรรักษาการณ์ประจำวัน หรือครูผู้รับผิดชอบโครงการปาล์มน้ำมันในสถานศึกษาของโรงเรียนทราบ เพื่อจะได้ไปตรวจดูการชั่งน้ำหนักผลปาล์มน้ำมัน และรอรับเงินโอนเข้าบัญชีรายได้สถานศึกษาเพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการตามแนวทางปฏิบัติของการขายผลปาล์มน้ำมันของโรงเรียนแต่อย่างใด โดยจากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าในช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2565 ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินค่าขายผลปาล์มน้ำมันของโรงเรียนไปทั้งสิ้นจำนวน 6 ครั้ง โดยให้ลานปาล์มโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหาและรับเป็นเงินสด รวมเป็นเงินจำนวน 68,326 บาท ซึ่งจากการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงยอมรับว่าได้นำเอาเงินค่าขายผลปาล์มน้ำมันของโรงเรียนไปทั้งสิ้น จำนวน 7 ครั้ง เป็นเงินรวมจำนวน 72,905 บาท ส่วนกรณีกล่าวหาว่าทุจริตเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดของโรงเรียนนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 ได้ให้เอกชนเช่าพื้นที่ของโรงเรียนเพื่อจัดทำเป็นตลาดนัดขายของโดยรับค่าเช่าเดือนละ 24,000 บาท ตามรายละเอียดของสัญญาและตามแนวทางที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงินรายได้ของโรงเรียนได้กำหนดให้ผู้เช่าต้องโอนเงินค่าเช่าเข้าบัญชีเงินรายได้สถานศึกษาของโรงเรียนไม่เกินวันที่ 3 ของแต่ละเดือน ปรากฏว่าในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ผู้เช่าพื้นที่จัดตลาดนัดได้โอนเงินค่าเช่าของเดือนดังกล่าวเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหา โดยอ้างว่าหาเลขบัญชีของโรงเรียนไม่เจอ และได้แจ้งผู้ถูกกล่าวหาทราบเพื่อให้นำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินต่อไป แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินโอนแล้ว กลับเงียบเฉยไม่นำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่การเงินหรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินรายได้สถานศึกษาของโรงเรียนแต่อย่างใด    

           จากการไต่สวน ปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เงินที่สถานศึกษาได้รับจากการขายผลปาล์มน้ำมันของโรงเรียนจำนวน 72,905 บาท และเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดโรงเรียน จำนวน 24,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 96,905 บาทนั้น เป็นเงินรายได้สถานศึกษาตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2549 โดยในการรับเงินรายได้สถานศึกษาดังกล่าวจะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้งและนำหลักฐานการรับเงินไปบันทึกรายการในสมุดบันทึกทะเบียนคุมเงินนอกงบประมาณประเภทเงินรายได้สถานศึกษา เมื่อโรงเรียนไม่มีตู้นิรภัยเก็บรักษาเงิน ผู้ถูกกล่าวหาจึงต้องนำเงินรายได้ของสถานศึกษาที่ได้รับมาดังกล่าว ไปมอบให้กับฝ่ายการเงินของสถานศึกษาหรือดำเนินการให้มีการนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินรายได้ของสถานศึกษาเพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าสู่ระบบการเงินและบัญชีของโรงเรียนโดยเร็ว พร้อมจัดทำหลักฐานการรับและควบคุมเงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน และจะต้องนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการศึกษา ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2549 ต่อไป แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับละเว้นไม่ดำเนินการ จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่เอกชนผู้จ่ายเงิน และเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โรงเรียนระนองพัฒนามิตรภาพที่ 60 และทางราชการ เป็นเงินรวมจำนวน 96,905 บาท ดังกล่าว และแม้ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาจะได้นำเงินรายได้ค่าขายผลปาล์มน้ำมันและเงินค่าเช่าพื้นที่จัดตลาดนัดโรงเรียน รวมจำนวน 96,905 บาท มาคืนให้แก่โรงเรียนแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นการนำมาคืนภายหลังจากที่ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าได้มีการร้องเรียนตนเองในเรื่องนี้แล้ว การคืนเงินดังกล่าวเป็นเพียงการบรรเทาผลร้ายของการกระทำความผิดเท่านั้น ไม่อาจทำให้การกระทำที่เป็นความผิดทางอาญาสำเร็จไปแล้วกลับเป็นไม่มีความผิดได้

 

มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

           คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 110/2568 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง ดังนี้

           การกระทำของนางณหทัย ขุนแผ้ว ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทํา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 84 วรรคสาม และมาตรา 85 วรรคสอง

           ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางณหทัย ขุนแผ้ว ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

 

 

การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด

ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Related