Contrast
banner_default_2.jpg

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ จำนวน 1 เรื่อง กรณีเรียก รับ เงินหรือประโยชน์อื่นใด และเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของเทศบาลตำบลท่าพริกเนินทราย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตราด
จำนวนผู้เข้าชม: 71

24/02/2569

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ จำนวน 1 เรื่อง

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตราด แถลงเรื่องคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ ดังนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น
กรณีกล่าวหานาย ก. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลท่าพริกเนินทราย อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราดกับพวก รวม
3 คน กรณีเรียก รับ เงินหรือประโยชน์อื่นใด และเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลของเทศบาลตำบลท่าพริกเนินทราย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 

   

พฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำผิด

นาย ก. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลท่าพริกเนินทราย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสาว ข. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ปลัดเทศบาลตำบลท่าพริกเนินทราย และในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนาย ค. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับจ้างช่วงทำงานก่อสร้างให้กับผู้รับจ้างในโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลดังกล่าว

จากการไต่สวนเบื้องต้น โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล ราคากลาง 2,129,000 บาท เทศบาลตำบลท่าพริกเนินทราย ทำสัญญาจ้างก่อสร้างสนามฟุตซอล เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ราคา 1,540,000 บาท กำหนดส่งมอบภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ผู้รับจ้างมีพฤติการณ์ไม่เข้าทำงาน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เสนอให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
พวกของตนเองซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างรับทำงานในส่วนงานพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานไฟส่องสนามแทนผู้รับจ้าง และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้เจรจาตกลงค่าใช้จ่าย
ในการรับจ้างงานช่วงดังกล่าว และตกลงกันแบ่งจ่ายค่าจ้างเป็น 3 งวด ผู้รับจ้างได้โอนเงินงวดที่ 1 และที่ 2 ตามกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ก่อสร้าง 

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 95/2568 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ เป็นเอกฉันท์

การกระทำของนาย ก. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาลหรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

การกระทำของนางสาว ข. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดตราด เรื่อง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสอบสวน การลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ข้อ 7 วรรคสาม

การกระทำของนาย ค. ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนาย ก. นางสาว ข. และนาย ค. และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสาว ข.
และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจกับนาย ก. ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป

จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

........................................................................

 

การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด

ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Related