Contrast
Font
1c62725ff8e355e83a54eee98eeec998.jpeg

ป.ป.ช. เดินหน้า ใช้กลไก “การตรวจราชการแบบบูรณาการ” และ “ก.ธ.จ.” ขับเคลื่อนเสริมสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย และการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหากรณีที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี"

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 51

20/05/2569

ป.ป.ช. เดินหน้า ใช้กลไก “การตรวจราชการแบบบูรณาการ” และ “ก.ธ.จ.” ขับเคลื่อนเสริมสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย และการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหากรณีที่พักสงฆ์วัดป่า บ่อน้ำพระอินทร์ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วย นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 และคณะผู้บริหาร ประกอบด้วยนางสวรรยา รัตนราช ผู้อำนวยการสำนักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริม ธรรมาภิบาล นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต นางสาวอภิสร์ญา พัดเกร็ด ผู้อำนวยการสำนักป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์และกำกับจริยธรรมภาครัฐ นายอภินันท์ เรืองประเภท ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดอุบลราชธานี และนางสาวชนิดา อาคมวัฒนะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลภาครัฐและกระบวนการรับรู้การทุจริตร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กับ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำโดยนายอิทธิพล ช่างกลึงดี รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในพื้นที่เขตตรวจราชการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 (นางสุภัทร กิจเวช) พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุทธิพล เอี่ยมประเสริฐกุล) ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (นายประวิทย์ อมรฤทธิ์) ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (นายชำนาญ ชื่นตา) รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (นายภูษิต น้อยโสภากุล) รองประธาน ก.ธ.จ.อุบลราชธานี และที่ปรึกษา ก.ธ.จ.อุบลราชธานี ทั้ง 3 ด้าน รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน และอำเภอสิรินธรเพื่อร่วมประชุมบูรณาการขับเคลื่อนและเสริมสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี “กรณีที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อนัำพระอินทร์ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี” ณ สำนักงาน ป.ป.ช. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

 

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อเสนอแนะเชิงพื้นที่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1. ควรสร้างความรู้ความเข้าใจให้ไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องของแนวเขต และแนวทางการปฏิบัติตามหลัก ระเบียบกฎหมายร่วมกันอย่างถูกต้อง
2. ขอให้พิจารณาในการดำเนินการในส่วนพื้นที่ที่มีข้อพิพาทประเด็นการบุกรุกที่ต้องดำเนินการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์

 

ในด้านข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่ประชุมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1. การขออนุมัติ อนุญาต ควรดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งจากเดิมมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วม
2. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรมีการสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจให้แก่พระสังฆาธิการ ให้ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติ ระเบียบ กฎหมายในการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่า เพื่อดำเนินการ และมีขอบเขต/กรอบการดำเนินการอย่างไร ต้องถือปฏิบัติตามแนวทางที่ได้รับอนุญาต
3. กระทรวงทรัพยากรธรรมาชาติและสิ่งแวดล้อม ควรมีแผนการปฏิบัติงาน และสนับสนุนงบประมาณ ในการสำรวจรังวัด และปักหมุดแสดงแนวเขตวัด ที่ได้รับอนุญาต หรือแนวเขตโครงการพุทธอุทยาน หรือแนวเขตโครงการพระสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ให้ชัดเจน
4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแนวทางในการร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในภาครัฐ หลักนิติธรรม หลักการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความคุ้มค่า

 

การร่วมผนึกกำลังบูรณาการหารือเพื่อขับเคลื่อนและเสริมสร้างธรรมาภิบาลภาครัฐในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตาม แก้ไขปัญหา พร้อมทั้งเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐ ด้วยหลักนิติธรรม การมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ คุ้มค่า และเกิดผลประโยชน์สูงสุดในเชิงพื้นที่ ตรงตามเจตนารมณ์การอนุรักษ์ระบบนิเวศ มุ่งเน้นการดูแลรักษาป่าควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรม โดยพระสงฆ์มีบทบาทเป็นเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ เกิดจุดร่วมธรรมะกับธรรมชาติ และสร้างความเข้าใจต่อสาธารณะในเชิงบวก

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ จะถูกขยายผลพัฒนาเป็นโมเดลในการแก้ไข ไปสู่พื้นที่พุทธอุทยานอื่นๆ ที่มีประเด็นปัญหาในลักษณะใกล้เคียงกัน ในทั่วประเทศต่อไปอีกด้วย

Related