ป.ป.ช. ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริต โครงการก่อสร้างของแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
วันนี้ (12 มิ.ย. 69) นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ได้มอบหมายให้ นายอุเทน กอวงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรการป้องกันการทุจริต 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มมาตรการป้องกันการทุจริต 1 เข้าร่วมสังเกตการณ์และลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริตในพื้นที่ ประเด็น การเฝ้าระวังโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ห้าร้อยล้านบาทขึ้นไป ตามนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณี โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทช.ชม.3029 - แยก ทล.1006 จังหวัดเชียงใหม่
โดยคณะเจ้าหน้าที่และเครือข่ายภาคประชาชนได้ลงพื้นที่และร่วมพูดคุยเชิงบูรณาการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อรับฟังข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินโครงการ ปัญหาอุปสรรค และร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับหน่วยงานเจ้าของโครงการ พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสังเกตการณ์หน้างานจริงของโครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทช.ชม.3029 - แยก ทล.1006 (ตอนที่ 2 และตอนที่ 3) ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่
ทั้งนี้ สำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยเฉพาะในประเด็นการบริหารจัดการโครงการที่มีลักษณะแบ่งช่วงงานออกเป็นหลายตอน ให้มีการกำกับดูแลผู้รับจ้างแต่ละตอนอย่างทั่วถึงและได้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำของคุณภาพงานระหว่างช่วง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรวบรวมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ได้จากการลงพื้นที่ตลอดทั้งสามวัน นำไปปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลโครงการในภาพรวม เพื่อเป็นต้นแบบในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐในพื้นที่อื่นต่อไป อีกทั้งได้เน้นย้ำกลไกการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากตรวจพบเบาะแสการกระทำความผิด อันจะเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการของภาครัฐ
การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการป้องปรามการทุจริตเชิงรุก ตามนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินโครงการของภาครัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. มุ่งหมายให้การเฝ้าระวังเชิงพื้นที่ดังกล่าวเป็นกลไกเสริมการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกรณีพบเบาะแสการกระทำผิด อันจะนำไปสู่การป้องกันการทุจริตเชิงรุกที่ยั่งยืนต่อไป
https://www.facebook.com/share/p/18tnrzDVZm/