Contrast
Font
1d0aabfee778a12ca91de1c735853c2d.jpg

ป.ป.ช.ภาค 4 สนธิกำลังลุยตรวจท่าทรายบึงกาฬ สกัดปมส่วยลุ่มน้ำโขง

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 26

26/06/2569

ป.ป.ช.ภาค 4 สนธิกำลังลุยตรวจท่าทรายบึงกาฬ สกัดปมส่วยลุ่มน้ำโขง

 

มื่อเร็วๆ นี้ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 4 มอบหมายให้ นางสาวอรุณี วินทะสมบัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานป้องกันการทุจริต 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 พร้อมคณะทำงาน สนธิกำลังร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ที่ทำการปกครองจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานที่ดินจังหวัดบึงกาฬ และองค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ลงพื้นที่ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในการประกอบกิจการดูดทรายและทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตพื้นที่ภาค 4 ณ พื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เดินหน้ามาตรการเชิงรุกสกัดกั้นการเรียกรับสินบน (ส่วย) หลังพบช่องว่างทางกฎหมายและค่าตอบแทนรัฐต่ำกว่าราคาตลาด ย้ำมุ่งปรับปรุงกระบวนการอนุมัติเพื่อความโปร่งใส

 

การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำภาค 4 ในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับแนวทาง การขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายกับการปราบปรามการทุจริตกรณีแต่งตั้งคณะทำงานติดตาม และตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในการประกอบกิจการดูดทรายและทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตพื้นที่ภาค 4 และต่อมา เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ 0452/2569 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานติดตามและตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในการประกอบกิจการดูดทรายลุ่มน้ำโขงและทรัพยากรธรรมชาติในเขตพื้นที่ภาค 4 เพื่อตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในการประกอบกิจการดูดทรายและทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตพื้นที่ภาค 4 นำไปสู่การลดเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต และส่งเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงทุจริต การรับและให้สินบน

 

ประเด็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตจากการขออนุญาตดูดทราย มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ประมวลกฎหมายที่ดิน พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ทำให้ผู้ประกอบกิจการดูดทรายต้องดำเนินการขอใบอนุญาตหลายฉบับและแต่ละฉบับมีกระบวนการพิจารณาอนุญาตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน ทำให้ผู้ประกอบการอาจจะหลีกเลี่ยงในการขออนุญาตและเข้าไปดำเนินการดูดทรายโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งอาจมีการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายเมื่อพบการกระทำความผิด ในประเด็นด้านการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย พบว่า ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ของรัฐบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ หากมีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามหน้าที่และกฎหมายกำหนดอาจเข้าข่ายของการเรียกรับสินบนจากผู้ประกอบการ ประกอบกับค่าตอบแทนจากการดูดทรายที่รัฐควรจะได้รับ พบว่า กฎหมายกำหนดค่าตอบแทนจากการอนุญาตให้ดูดทราย ไม่เกิน 28 บาทต่อลูกบาศก์เมตร อัตราค่าตอบแทนดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่มูลค่าทรายในท้องตลาดมักมีมูลค่าสูงกว่าค่าตอบแทนจำนวนมากการลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายในการประกอบกิจการดูดทรายลุ่มน้ำโขงและทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตพื้นที่ภาค 4 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบพฤติการณ์เชิงรุก และป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบในการเรียกรับ หรือยอมจะรับผลประโยชน์ (ส่วย) จากผู้ประกอบการท่าทรายในเขตพื้นที่ภาค 4 (ลุ่มแม่น้ำโขง) 2) เพื่อวิเคราะห์ข้อบกพร่อง และช่องว่างทางกฎหมายในกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน (SLA)เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อันเป็นการปิดช่องว่างความเสี่ยงทุจริตในประเด็นดังกล่าว3) เพื่อบูรณาการ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตรวจสอบและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้แผ่นดินและภาษีท้องถิ่นให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และกฎหมายกำหนด 4) เพื่อผลักดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลพิกัดพื้นที่และสถานะใบอนุญาตต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบสถานการณ์ประกอบกิจการในพื้นที่ได้ และ 5) เพื่อลดเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติ อนุญาต และส่งเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงทุจริต การรับและให้สินบน

 

ทั้งนี้ การยกระดับมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสกัดกั้นช่องทางการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐและสร้างกลไกการตรวจสอบที่เปิดเผยตลอดจนผลักดันให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อยุติปัญหาส่วยท่าทรายในลุ่มน้ำโขงอย่างเป็นรูปธรรม คืนความเป็นธรรมในการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความโปร่งใสและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างยั่งยืน

Related