จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 26
ป.ป.ช. ร้อยเอ็ด ร่วมกับ สตง. ลงพื้นที่เฝ้าระวังโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2043 วงเงินกว่า 340 ล้านบาท มุ่งป้องกันการทุจริตเชิงรุก สร้างความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายกุล ภาคเดียว ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำโดย นางสาวปวีณา มูลสาร ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2043 สายร้อยเอ็ด – อำเภอมหาชนะชัย ตอน ร้อยเอ็ด – หนองไผ่ จังหวัดร้อยเอ็ด ของกรมทางหลวง งบประมาณ 340,000,000 บาท เพื่อดำเนินภารกิจเฝ้าระวังและติดตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่มีวงเงินงบประมาณสูง ภายใต้การขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุก
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายทางหลวงหมายเลข 2043 สายร้อยเอ็ด – อำเภอมหาชนะชัย ตอน ร้อยเอ็ด – หนองไผ่ จังหวัดร้อยเอ็ด ของกรมทางหลวง จากเดิมขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เนื่องจากถนนช่วงดังกล่าวมีปริมาณการจราจรเพิ่มสูงขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง การคมนาคม และการขนส่ง ลดความแออัดและความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งสินค้า ตลอดจนสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งนี้ โครงการมีวงเงินงบประมาณ 340,000,000 บาท และปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมลงนามสัญญาจ้าง ก่อนเข้าสู่ระยะดำเนินการก่อสร้าง
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะผู้ปฏิบัติงานได้ติดตามและเฝ้าระวังการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ โดยมีการติดตามและตรวจสอบประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบจากประชาชนในพื้นที่ มาตรการด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้สำหรับการก่อสร้าง ความเหมาะสมของรายการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ ตลอดจนการเฝ้าระวังประเด็นความเสี่ยงหรือข้อร้องเรียนที่อาจนำไปสู่การทุจริต
สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังการทุจริต เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ