จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 10
ป.ป.ช. นครนายก ลงพื้นที่จับตารถบรรทุกเลี่ยงด่าน เสนอใช้เทคโนโลยีปิดช่องโหว่ทุจริต
สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นางสาวปิยะฉัตร พ่วงพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครนายก ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบให้กลุ่มงานป้องกันการทุจริตดำเนินงานร่วมลงพื้นที่ติดตามและสังเกตการณ์การตั้งด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทนครนายก เพื่อตรวจสอบการบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด ทั้งหมด 4 เส้นทาง ได้แก่ 1. ทางหลวงชนบท สาย นย.2011 แยกทางหลวงหมายเลข 33-บ้านพรหมณี 2. สาย นย.5036 แยกทางหลวงชนบท นย.2011-โรงเรียนนายร้อย จปร. 3. นย.๓๐๐๖ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๕-บ้านคลองหกวา และ 4. นย.๓๐๐๖ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๐๕-บ้านคลองหกวา ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีเรื่องร้องเรียน และรถบรรทุกสัญจรขนส่งสินค้าปริมาณมาก และเป็นพื้นที่เป้าหมายตามแผนบำรุงรักษาทาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผลการตรวจสอบรถบรรทุกทั้งสิ้น 16 คัน ใน 4 เส้นทาง ไม่พบรถบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทนครนายกให้ข้อมูลว่า “เมื่อมีการตั้งด่าน ปริมาณรถบรรทุกจะลดลงอย่างผิดสังเกต สะท้อนให้เห็นว่ารถบรรทุกบางส่วนอาจหลบเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการเปลี่ยนเส้นทางวิ่งไปใช้ถนนหมู่บ้านหรือถนนชนบทที่ไม่มีจุดตั้งด่านแทน”
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ 2 ประการ ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่มีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิ โดยในสภาพอากาศร้อนจัดสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง และค่าน้ำหนัก ที่อ่านได้ยังไม่เสถียร นอกจากนี้ การแจ้งแผนตั้งด่านล่วงหน้าไม่เกิน 3 วัน อาจเปิดโอกาสให้ข้อมูลรั่วไหล สู่ผู้ประกอบการรถบรรทุก จึงสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการตั้งด่านได้ ซึ่งอาจทำให้ผลการตรวจสอบไม่เป็นไปตามสถานการณ์จริงของรถบรรทุกที่วิ่งอยู่ทุกวัน
ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. จึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานกลางหรือผู้ประเมินอิสระที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เข้ามาร่วมตรวจสอบโดยใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก แทนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำหนดเป้าหมายตรวจสอบจากข้อมูลถนนชำรุดและถนนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณบำรุงทางย้อนหลัง 1 ปี เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริต และยกระดับความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายอย่างยั่งยืน