12 ธันวาคม 2568
นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร มอบหมายกลุ่มงานป้องกันการทุจริตและกลุ่มปราบปรามการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร (อบต.ทับหมัน) ตามที่มีการแจ้งเบาะแสว่ามีการขอดินหลวงกับชลประทาน เพื่อถมที่ดินทำประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งในโครงการก่อสร้างดังกล่าวมีงบประมาณค่าจ้างถมดินพร้อมเจาะบ่อบาดาล รวมงบประมาณสองแสนกว่าบาท แต่กลับมีการขอดินหลวงจากชลประทานไปใช้ในการถมดินโครงการดังกล่าวการกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือหรือมีส่วนได้เสียกับผู้รับเหมาหรือไม่ โดยขาดการคำนึงถึงงบประมาณของภาครัฐที่ต้องเสียผลประโยชน์ดังกล่าวไป ซึ่งผลจากการตรวจสอบเบื้องต้นในวันดังกล่าว พบว่า อบต.ทับหมัน ได้ดำเนินการโครงการเจาะบ่อบาดาลเพื่ออุปโภคบริโภคภายในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านทับปรู ตำบลทับหมัน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง กับห้างหุ้นส่วนจำกัด กัญจนาพรเจริญทรัพย์ 999 วงเงินงบประมาณ 216,500 บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) สัญญาเริ่มต้นวันที่ 26 กันยายน 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 โดยรายละเอียดค่าใช้จ่ายมีงาน ถมดินพร้อมปรับเกลี่ยแต่ง ปริมาณงาน 480 ลบ.ม. งบประมาณ 31,200 บาท ซึ่งโครงการฯ ในส่วนที่ดำเนินการนี้เป็นเงินงบประมาณของ อบต. ทับหมัน สำหรับงบประมาณก่อสร้างประปาทั้งระบบจะเป็นเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากจังหวัดพิจิตร จำนวน 3,977,100 บาท โดยการก่อสร้างมีการเจาะบ่อบาดาลและถมดินเรียบร้อยแล้ว ปริมาณดินที่ถมในพื้นที่ จำนวน 1 งาน x สูง 1 เมตร x 20 ตรว. x 20 ตรว. และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ อบต. ทับหมันได้ดำเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 แต่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณของโครงการ สำหรับผู้ที่ขอดินหรือนำดินสาธารณะไปใช้ดังกล่าวไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็นใครเป็นผู้ไปขอรับการสนับสนุน
หลังจากนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตรได้ตรวจสอบเชิงลึกพบข้อเท็จจริงว่า มีการนำดิน ในที่สาธารณประโยชน์ไปใช้จริง โดยเป็นดินที่อยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุง รักษาดงเศรษฐี ซึ่งจุดบริเวณที่ขุดดินอยู่ในเขตคลองส่งน้ำ C10 จึงเป็นที่มาในการลงพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลทับหมัน โดยมีหน่วยเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อบต.ทับหมัน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐี ผู้รับจ้าง ผู้บริจาคที่ดิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 เข้าร่วมประชุมและลงพื้นที่ตรวจสอบ ทำให้ทราบข้อเท็จจริง ดังนี้
1. การนำดินสาธารณะในพื้นที่เขตคลองส่งน้ำ C10 ไปถมดินในโครงการก่อสร้างประปาหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลทับหมัน เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะดำเนินการในเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไปอย่างไรผู้รับจ้างได้แจ้งว่า ได้มีการจ้างเจ้าของที่ดินที่บริจาคที่ดินทำประปาถมดินเอง โดยเจ้าของที่ดินฯ ได้นำดินจากโครงการส่งน้ำ C10 จำนวน 25 คันรถสิบล้อ มาจริงเพื่อถมดินในโครงการ เนื่องจากในช่วงเวลา ดังกล่าวหาดินยากเพราะบ่อดินไม่สามารถขุดดินขายให้ได้เพราะมีฝนตกตลอด จึงได้ไปนำดินในที่สาธารณะดังกล่าวมาใช้ในโครงการ และภายหลังจากทราบเรื่องว่ามีคนร้องจึงได้นำดินมาคืนในพื้นที่คลองส่งน้ำ C10 ที่ได้ขุดไปจำนวน 31 คันรถสิบล้อ พร้อมบดอัดให้เรียบร้อย โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 รับทราบ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐีและ อบต. ทับหมัน รับทราบแต่อย่างใด ซึ่งผู้แทนจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดงเศรษฐีได้อธิบายถึงการขอใช้ดินสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบว่าจะต้องมีการขอใช้เป็นหนังสือจากหน่วยงานของรัฐไป โดยปกติหากเป็นเรื่องสาธารณประโยชน์ก็จะพิจารณาให้การสนับสนุนได้เป็นบางกรณี แต่โดยปกติทั่วไปจะไม่มีการอนุญาตให้นำดินออกจากพื้นที่เลย ซึ่งในโครงการที่เป็นประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีหนังสือขอใช้มา
ข้อสรุปจากที่ประชุม >>>เห็นชอบให้โครงการส่งน้ำฯ ดำเนินการสำรวจตรวจวัดพื้นที่และคำนวณปริมาณดินที่นำมาคืนว่าครบถ้วนหรือไม่ และดำเนินการแจ้งกับผู้ลักลอบขุดดินตามกระบวนการของหน่วยงาน รวมถึงกรณีเจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำดินออกไปจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตรจะติดตามการดำเนินงานของโครงการส่งน้ำฯ ในทั้งสองประเด็นต่อไป
2. กรณีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของโครงการฯ ที่มีค่าใช้จ่ายค่าถมดิน จำนวน 31,200 บาท องค์การบริหารส่วนตำบลทับหมันจะดำเนินการอย่างไร อบต. ทับหมัน ชี้แจงว่า จากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น อบต. ทับหมันจึงได้มีหนังสือไปสอบถาม ผู้รับจ้างถึงที่มาของดินที่นำมาถม จึงได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า ผู้รับจ้างไปจ้างให้ผู้อื่นให้ถมดินต่อ และผู้รับจ้างดังกล่าวก็ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวมา จึงทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่าดินดังกล่าวนำมาจากที่สาธารณะ คลองส่งน้ำ C10 จำนวน 25 คันรถสิบล้อ
ข้อสรุปที่ประชุม อบต. ทับหมันจะต้องดำเนินการตรวจสอบปริมาณดินที่ถมที่มาจากสาธารณะเป็นจำนวนเท่าใด ก่อนเบิกจ่ายให้กับผู้รับจ้างให้ถูกต้องและเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ให้เสนอแนะต่อโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ควรมีการดำเนินการให้ครบถ้วน ทั้งในส่วนของภาคเอกชนที่ลักลอบขุดดินและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน หากมีส่วนให้มี การนำดินไปใช้โดยไม่ถูกต้อง และข้อเสนอแนะให้ อบต. ทับหมัน และผู้ใหญ่บ้าน ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องที่ดินสาธารณประโยชน์หากจะพิจารณาดำเนินการใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่หรือจังหวัด ที่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต ให้ใช้ดินในที่ดินสาธารณประโยชน์ได้ตามกฎหมาย และกรณีที่เกิดขึ้นขอให้ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ประชาสัมพันธ์ให้ลูกบ้านเข้าใจถึงข้อเท็จจริงว่า โครงการดังกล่าวมีค่าถมดินซึ่งผู้รับจ้างต้องหาดินมาใช้ในโครงการ โดยไม่สามารถใช้ดินสาธารณประโยชน์ได้เพราะจะเกิดความผิดได้หากมีการเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว และเพื่อเป็นการลดปัญหาความแตกแยกจากความเข้าใจผิดว่าเรื่องที่ทำเป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งที่ข้อเท็จจริงภายใต้โครงการดังกล่าวมีเงินงบประมาณค่าใช้จ่ายในเรื่องดังกล่าว ซี่งสำนักงานฯ จะติดตามผลการดำเนินการของทั้งสองประเด็น ตามที่มีข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง หากในภายหลังพบว่ามีการกระทำผิดทุจริตหรือดำเนินการไม่ถูกต้อง สำนักงานฯจะดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
" ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ "
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
23/6 ถนนฝั่งสถานีรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
0 5661 3407 – 9