22 ธันวาคม 2568
นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต และนักสืบสวนคดีทุจริต ร่วมกับ ชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตอำเภอทับคล้อ ลงพื้นที่ติดตามโครงการจ้างเหมาทำการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 11 สายแยกอินทร์บุรี - อ.สากเหล็ก ตอน อ.ทับคล้อ - อ.สากเหล็ก ระยะทาง 30.900 กิโลเมตร มาตรฐานชั้นทาง ชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ราคาก่อสร้าง 1,413,504,344.98 บาท ส่งมอบงานเรียบร้อยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนถนนเส้นดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน แต่เกิดการชำรุดในหลายจุดและมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นระยะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยสำนักงาน ป.ป.ช ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบแล้วเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ร่วมกับแขวงทางหลวงพิจิตร และสถานีตำรวจภูธรวังทรายพูน ซึ่งทางแขวงทางหลวงพิจิตรได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและในขณะนั้นได้แจ้งว่าได้ดำเนินการแจ้งผู้รับจ้างทำการแก้ไขเบื้องต้นก่อน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนเป็นอุปสรรคต่อการซ่อมแซมแก้ไขจากนั้นจะนำเครื่องจักรเข้ามาดำเนินการอย่างถาวรให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม ต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามอีกครั้งในวันนี้พบว่า ผู้รับจ้างได้เข้าทำการซ่อมแซมแก้ไขแล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ที่เสียหายชำรุดมีจำนวนทั้งสิ้น 7,000 ตารางเมตร โดยได้ดำเนินการซ่อมไปแล้วจำนวน 5,000 กว่าตารางเมตร ยังคงเหลือพื้นที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จจำนวน 10% ปัจจุบัน ทางแขวงทางหลวงพิจิตร ได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างเข้าดำเนินการซ่อมแซมใหญ่โดยการปรับปรุงคุณภาพชั้นพื้นทางใหม่ เพื่อให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การซ่อมแซมถนนส่วนที่เหลืออีกประมาณ ร้อยละ 10 มีกำหนดจะเริ่มดำเนินการอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว หรือตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่มีปริมาณการจราจรค่อนข้างมาก หากแก้ไขช่วงดังกล่าวอาจเกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัยและกระทบต่อการเดินทางของประชาชน ซึ่งแขวงทางหลวงพิจิตรคาดการณ์ว่าการซ่อมแซม ในส่วนที่เหลือทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อให้งานจบเรียบร้อยตามมาตรฐานทางวิศวกรรมโดยใช้วิธีการ ปรับปรุงคุณภาพชั้นพื้นทาง โดยใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เพื่อให้โครงสร้างถนนมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นกว่าเดิม
และในวันนี้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ขอความร่วมมือกับทางแขวงทางหลวงพิจิตรทำการการตรวจสอบความหนาของชั้นผิวถนนโดยใช้วิธีการสุ่มเจาะ (Core Drilling) ซึ่งตัวอย่างที่เจาะทดสอบออกมาเป็น "ก้อน" หรือแกนทรงกระบอก (Core Sample) เพื่อใช้พิสูจน์ความหนาแน่น ความหนา และความแข็งแรง เพื่อประเมินคุณภาพงานก่อสร้างว่าตรงตามมาตรฐานหรือไม่ โดยใช้อุปกรณ์เจาะลงไปในชั้นผิวถนนเพื่อวัด ความหนาของแต่ละชั้นว่าตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยสุ่มตรวจทั้งหมด 4 จุดที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่มีความเสียหายขนาดใหญ่ หรือจุดที่มีการชำรุดมากที่สุด ได้แก่ บริเวณจุดกลับรถ (U-turn) ที่มีความเสียหายมาก, บริเวณหน้าโรงพยาบาลวังทรายพูน จุดลงสะพานบ้านยางสามต้น บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านใหม่ และจุดบริเวณกลับรถพื้นที่ตำบลเขาเจ็ดลูก โดยผลการตรวจสอบพบว่าบริเวณ 4 จุดที่ทำการสุ่มตรวจนี้ เป็นไปตามกำหนดในสัญญาในเรื่องของความหนาของพื้นผิวถนนแอสฟัสติกท์ ซึ่งกำหนดความหน้าชั้นแรก 8 เซนติเมตร และชั้นสอง 5 เซนติเมตร รวมความหนาที่ต้องเจาะทดสอบออกมาเป็น "ก้อน" หรือแกนทรงกระบอก รวม 13 เซนติเมตร แต่ผลจาก การเจาะทดสอบพบว่าทั้งสองชั้นผิวทางไม่เชื่อมต่อกันเป็นก้อน เป็นลักษณะแยกก้อนแยกส่วนกัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้รับการชี้แจงว่า ในการเจาะทดสอบอาจไม่จำเป็นต้องเชื่อมเป็นก้อนเดียวกัน สามารถเจาะแยกส่วนกันเพื่อทดสอบได้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อาจเกิดจากการทิ้งช่วงในการก่อสร้างในชั้นแรกนานเพื่อเปิดให้ใช้ถนน ในการสัญจรก่อน และเมื่อดำเนินการก่อสร้างในชั้นที่สองและมีสัญจรเต็มรูปแบบอาจขาดการทำความสะอาดของถนนก่อนก่อสร้างผิวทางชั้นที่สอง จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ถนนเกิดการยุบตัวของผิวถนนที่เกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ แขวงทางหลวงพิจิตรได้ยืนยันว่า การซ่อมแซมแก้ไขพื้นที่ชำรุดเสียหายในลักษณะ Recycling ซึ่งจะมีการบดวัสดุเดิมแล้วผสมคอนกรีตก็จะมีความหนาแน่นทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพถนนในส่วนที่เหลือ และสามารถรองรับการสัญจรของรถจำนวนมากได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่จะถึงนี้ และจะเร่งรัดการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้ลงพื้นตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเพื่อเป็นการเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ และตรวจสอบการดำเนินโครงการเป็นไปถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไม่และหากพบปัญหาการทุจริตจากโครงการก่อสร้างดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
" ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ "
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
23/6 ถนนฝั่งสถานีรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
0 5661 3407 – 9