จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
จำนวนผู้เข้าชม: 84
รายงานผลการตรวจสอบการก่อสร้างฝายน้ำล้น คสล. ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร และภาคประชาชน ร่วมขยายผลตรวจสอบการก่อสร้างฝายน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) จำนวน 5 แห่ง ในเขตพื้นที่อำเภอสามง่ามและอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกระแสข่าว “ป.ป.ช. ลุยตรวจ ฝายไม่ตรงปก พบว่าน้ำล้นพังเสียหาย หลังจากส่งมอบงานเพียง 2 เดือน” ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร และเครือข่ายภาคประชาชน ได้ร่วมกันตรวจสอบโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นตามนโยบาย “1 ฝาย 1 ตำบล” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร รวมทั้งสิ้น 30 โครงการ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติใน 2 โครงการ ได้แก่
จากการขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ฝายน้ำล้นในเขตพื้นที่อำเภอสามง่ามและอำเภวชิรบารมี จำนวน 5 โครงการ มีห้างหุ้นส่วนจำกัด ดลิน ก่อสร้าง เป็นผู้รับจ้าง ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการรายดังกล่าวได้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ตามประกาศกรมบัญชีกลาง ครั้งที่ 6/2568 ลงวันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฝายน้ำล้น คสล. จำนวน 4 แห่ง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรได้ตรวจรับมอบงานจากผู้รับจ้างแล้ว โดยได้ดำเนินวิธีการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Core Boring) เพื่อวัดความหนาของพื้น คสล. และทดสอบกำลังอัดของแนวคานและพื้นคอนกรีต ซึ่งมีผลการตรวจสอบความหนาของพื้น คสล. ในเบื้องต้น ดังนี้
แห่งที่ 1: โครงการฯ บริเวณลำคลองบ้านปากคลอง หมู่ที่ 11 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม
พบสภาพชำรุดเสียหายหลังจากการส่งมอบงานเพียง 2 เดือน จากการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่าง จำนวน 3 จุด พบว่าความหนาของพื้น คสล. ทั้ง 3 จุด ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดในแบบรูปรายการ และไม่พบคาน คสล. ตามที่ระบุไว้
แห่งที่ 2: โครงการฯ บริเวณลำคลองไดเอื้อง บ้านยางห้าหลุม หมู่ที่ 9 ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม
จากการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 4 จุด พบความหนาของพื้น คสล. ต่ำกว่ากำหนดจำนวน 1 จุด และพบว่าบริเวณกึ่งกลางฝายน้ำล้นมีการเว้นช่องว่างประมาณ 4 เมตร โดยไม่มีการก่อสร้างสันฝายเพื่อกั้นน้ำตามแบบรูปรายการ ส่งผลให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
แห่งที่ 3: โครงการฯ บริเวณลำคลองแม่ปรือ บ้านคลองทราย หมู่ที่ 13 ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม
จากการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 5 จุด พบความหนาของพื้น คสล. ต่ำกว่ากำหนดจำนวน 3 จุด และไม่พบคาน คสล. ตามแบบรูปรายการ นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลร้องเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่ว่า น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรก่อนที่ระดับน้ำจะสูงถึงสันฝาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผลผลิต และในฤดูแล้งสามารถกักเก็บน้ำได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจแสดงถึงความไม่เหมาะสมของทำเลที่ตั้งโครงการ
แห่งที่ 4: โครงการฯ บริเวณลำคลองทุ่ง บ้านหนองสะเดา หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี
จากการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 5 จุด พบความหนาของพื้น คสล. ต่ำกว่ากำหนดจำนวน 2 จุด และไม่พบคาน คสล. ตามแบบรูปรายการ
นอกจากนี้ ยังได้เข้าตรวจสอบ โครงการฯ บริเวณลำคลองห้วยน้อย บ้านยางโทน หมู่ที่ 9 ตำบลวังโมกข์ อำเภอวชิรบารมี ซึ่งชำรุดเสียหายก่อนการส่งมอบโครงการ (ปัจจุบันยังอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง) พบสภาพพื้นคอนกรีตแตกหักเสียหายเป็นวงกว้างทั่วทั้งบริเวณฝาย ทั้งยังไม่พบเหล็กเส้นและคานคอนกรีตอันเป็นโครงสร้างหลักตามแบบรูปรายการ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ่งก่อสร้างพังทลายอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร อยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างคอนกรีต (ลูกปูน) ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทดสอบว่ามีกำลังอัดและความแข็งแรงตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาประกอบรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้น หากตรวจสอบแล้วพบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาดและเคร่งครัดต่อไป