จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 7
จำนวนผู้เข้าชม: 781
ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายจรินทร์ แว่นแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิหารแดง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี กับพวก 4 ราย คือ นางสาวมินตรา ป้องคำ นางสาวขวัญเรือน กุมปรุ นายบุญลือ เจริญผล และนายมาโนชญ์ ปิ่นปรีชาชัย จัดซื้อถังขยะสูงกว่าราคาตามท้องตลาด แล้วนำเงินส่วนต่างไปเป็นประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาดังนี้
1) นายจรินทร์ แว่นแก้ว จำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 151 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 มาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุก 5 ปี
2) นางสาวมินตรา ป้องคำ จำเลยที่ 2 นางสาวขวัญเรือน กุมปรุ จำเลยที่ 3 นายบุญลือ เจริญผล จำเลยที่ 4 นายมาโนชญ์ ปิ่นปรีชาชัย จำเลยที่ 5 มีความผิดตามมาตรา 151 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 มาตรา 86 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำคุก คนละ 3 ปี 4 เดือน
จำเลยทั้ง 5 ให้การรับสารภาพลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก
1) นายจรินทร์ แว่นแก้ว จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน
2) นางสาวมินตรา ป้องคำ จำเลยที่ 2 นางสาวขวัญเรือน กุมปรุ จำเลยที่ 3 นายบุญลือ เจริญผล จำเลยที่ 4 นายมาโนชญ์ ปิ่นปรีชาชัย จำเลยที่ 5 คงจำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2565 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7