
ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการไต่สวนทุจริตภายใต้กรอบระยะเวลาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
ศิรินทิพย์ แสงมิ่ง
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
คำสำคัญ: การไต่สวนทุจริต กรอบระยะเวลา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
PDF ดาวน์โหลด
|
บทคัดย่อ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งงานวิจัยนี้ค้นพบว่า มีปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการไต่สวนทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้กรอบระยะเวลาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จำนวน 17 ปัจจัย โดยปัจจัยที่อยู่ในระดับมีความสำคัญมากที่สุด จำนวน 6 ปัจจัย เมื่อเรียงตามลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อยพบว่า ปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดมี 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยเรื่องปริมาณเรื่องกล่าวหาในความรับผิดชอบของพนักงานไต่สวนแต่ละคน และปัจจัยเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน รองลงมาเป็นปัจจัยเรื่องการรอจัดวาระเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปัจจัยเรื่องภารกิจงานอื่นที่รับผิดชอบเพิ่มเติมนอกเหนือจากภารกิจงานไต่สวน ปัจจัยเรื่องความยากง่ายของคดี ปัจจัยเรื่องประสบการณ์การทำงาน ตามลำดับ ส่วนปัจจัยที่อยู่ในระดับมีความสำคัญมาก จำนวน 11 ปัจจัย โดยเรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ปัจจัยเรื่องความต่อเนื่องในการทำคดี ปัจจัยเรื่องขนาดของคดี ปัจจัยเรื่องบุคลากรสนับสนุนงานธุรการคดี เช่น นิติกร ธุรการงานคดี เป็นต้น ปัจจัยเรื่องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการไต่สวน เช่น ผู้บังคับบัญชา คณะกรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานภายนอก ปัจจัยเรื่องความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ (Career Path) ปัจจัยเรื่องการวางแผนการบริหารจัดการคดี และการติดตามความก้าวหน้าของคดี ปัจจัยเรื่องค่าตอบแทน และปัจจัยเรื่องความภาคภูมิใจในงาน ปัจจัยเรื่องตัวชี้วัดรายบุคคลของพนักงานไต่สวน ปัจจัยเรื่องการพัฒนาศักยภาพด้วยตนเอง เช่น การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เป็นต้น และปัจจัยเรื่องโทษทางวินัย ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญน้อยที่สุดจากทั้ง 17 ปัจจัย
งานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะอันนำไปสู่การพัฒนากระบวนการไต่สวนทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ควรมีการรวบรวมคำพิพากษาของศาล หรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงการจัดทำคู่มือการไต่สวนในแต่ละประเภทคดี ควรเพิ่มบทบาทงานสืบสวนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการไต่สวน ควรจัดสรรให้มีตำแหน่งนิติกรหรือเจ้าหน้าที่สนับสนุนงานธุรการคดี ตลอดจนภาระงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของพนักงานไต่สวน ควรมีการพัฒนาหลักสูตรการอบรมพนักงานไต่สวนให้มีองค์ความรู้ในเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการไต่สวนเป็นการเฉพาะ ควรมีการทำ MOU กับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมพยานหลักฐาน ในลักษณะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหรืออาจขอสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น การเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ควรเสนอขอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มอำนาจให้การเข้าถึงข้อมูลโดยวิธีการสืบสวนพิเศษ เช่น การดักฟัง เป็นต้น
|
|
เอกสารอ้างอิง (References)
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561. (2561, 21 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 61 ก. หน้า 1-80.
ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561. (2561, 20 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 52 ก. หน้า 4-34.
ศิรินันท์ วัฒนศิริธรรม, พรสวรรค์ ประเทสัง, สุริยน วงค์สุจริต และ ศักรินทร์ นิลรัตน์. (2564). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง การประเมินกระบวนการและผลการปฏิบัติงานตามภารกิจด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.. สำนักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2566). รายงานผลการดำเนินงานตามแผนการบริหารความเสี่ยงของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2563). รายงานผลการติดตามการปฏิบัติราชการตามแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 1 - 9. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
|