จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 709
ป.ป.ช. จัดกิจกรรม “การส่งเสริมกระบวนการ “โจรกลับใจ” ด้วยพุทโธโลยี : ความหวังประเทศไทยกับการลดทุจริตด้วยพลังศาสนาและกลไกสหยุทธ์” นำกลไกทางศาสนา ความเชื่อ ปรับฐานความคิดเพื่อสร้างสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม สำนักงาน ป.ป.ช. โดยสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต จัดกิจกรรม “การส่งเสริมกระบวนการ “โจรกลับใจ” ด้วยพุทโธโลยี : ความหวังประเทศไทยกับการลดทุจริตด้วยพลังศาสนาและกลไกสหยุทธ์” โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวสัมโมทนียกถา และ พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙ ,ศ.ดร.) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ได้บรรยายนำในหัวข้อ “ส่งเสริมกระบวนการ “โจรกลับใจ” ด้วยพุทโธโลยี : ความหวังประเทศไทยกับการลดทุจริตด้วยพลังศาสนาและกลไกสหยุทธ์” ณ ห้องนนทบุรี 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
สำหรับช่วงบ่าย เป็นการเสวนาฆราวาสหัวข้อ “กงกรรมคนโกง กับหนทางให้โจรกลับใจ” โดยนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล (หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ) เจ้าของเพจงมงายสไตล์หมอบี และนายพีระวัฒน์ อริยทรัพย์กมล (Super Richy) เจ้าของเพจ Super Richy
นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยใช้หลายยุทธวิธี หนึ่งในยุทธวิธีที่สำคัญ คือ สหยุทธ์ (Multi-Strategy) ที่หมายถึงการใช้ยุทธวิธีที่หลากหลายประสานรวมกันเป็นหนึ่ง ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ “การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต” ให้เป็นประเทศไทยที่ใสสะอาด คือ ปัญหาการทุจริตลดลง เกิดความโปร่งใส การฉกฉวยทรัพยากรรัฐ และงบประมาณแผ่นดินอันควรเป็นของส่วนรวม ลดลงหรือเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด และเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” คือค่านิยมของประชาชนชาวไทย ที่มีการเชิดชูนับถือในความถูกต้องดีงาม เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวและหันมาร่วมมือกันต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ เกิดเป็นค่านิยมใหม่ในสังคมไทยที่เข้มแข็ง ร่วมมือกันสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ทั้งนี้ ยุทธวิธีหนึ่ง คือ “ยุทธวิธีปราบปรามการทุจริต” ที่ปัจจุบันมีคดีทุจริตที่อยู่ระหว่างดำเนินการเป็นจำนวนมาก นำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพผ่านการเร่งรัดระยะเวลาในการดำเนินคดีตามกฎหมาย เพิ่มศักยภาพการสืบสวนคดีทุจริตลงสู่พื้นที่ เน้นการป้องปรามการทุจริต และยังมีการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิด รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและเส้นทางการเงินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการบูรณาการกับหน่วยงานตรวจสอบรวมถึงหน่วยงานภาคการเงินการธนาคารทั้งระบบ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ด้านการปราบปรามการทุจริตเท่านั้น ยังมียุทธวิธีการป้องกันการทุจริต ที่มีนโยบายสำคัญคือ “ป้องนำปราบ” เพื่อที่จะยับยั้งความเสียหายจากการทุจริตให้มากที่สุด มีการสร้างเครือข่ายชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตให้เกิดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สอดส่อง ดูแล พื้นที่ของตนเอง ตามความเชื่อที่ว่า “ไม่มีใครรัก และไม่มีใครรู้ เรื่องราวในพื้นที่ได้ดีกว่าคนในพื้นที่” และให้มาร่วมกันขยายผลเมล็ดพันธุ์ของค่านิยมสุจริตสู่ชุมชน ที่เชิดชูผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการวิเคราะห์ความเสี่ยงการทุจริต ผ่านโครงการปักหมุดพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต การพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เพื่อปลูกฝังฐานคิดให้กับทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกรูปแบบการเรียนรู้ มีการกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริต อุดช่องว่างในการบริการจัดการภาครัฐที่อาจเกิดการทุจริต เพิ่มธรรมาภิบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และมีกระบวนการในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสอย่างสม่ำเสมอลงสู่ทุกหน่วย
ยุทธวิธีที่กล่าวมาข้างต้นที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเพียงกระบวนการภายนอก แต่ยังมีกระบวนการภายในจิตใจ คือ กลไกทางศาสนา ความเชื่อ เพื่อการปรับฐานความคิด สร้างความสุจริตในสังคมให้หยั่งรากลึกลงในสังคม ผ่านการประยุกต์ “หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนากับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา” ที่มีเนื้อหาสอดคล้องต้องกัน คือหลัก ปธาน 4 คือ “สังวรปธาน” (สัง-วะ-ระ-ปะ-ทาน) กับการคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม, “ปหานปธาน” (ปะ-หา-นะ-ปะ-ทาน) กับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต, “ภาวนาปธาน” (พา-วะ-นา-ปะ-ทาน) กับการพัฒนาโมเดล STRONG, และ “อนุรักขนาปธาน” (อะ-นุ-รัก-ขะ-นา-ปะ-ทาน) กับ ความเป็นพลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม ที่ได้ถูกนำไปถ่ายทอดและส่งต่อผ่านเครื่องมือ “คัมภีร์เทศน์ ” ที่ได้รจนาอย่างปราณีตเพื่อใช้ในการแสดงพระธรรมเทศนาในโอกาสต่าง ๆ ผ่านพระเถรานุเถระพระสังฆาธิการในแต่ละจังหวัด ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา และกลไกอื่น ๆ อีกในวงกว้าง และยังมีการสร้างชุดกิจกรรมประกอบการเรียนรู้ สำหรับครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน เพื่อเรียนคู่ขนานไปกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาทางโลกที่สอนในทุกช่วงชั้นตั้งแต่ปฐมวัย
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมาร่วมมือกันต่อต้านการทุจริตในสังคมไทยแล้ว ยังเป็นการเปิดมิติใหม่ของการปรับฐานคิดที่มิใช่เพียงฐานคิดของบุคคลปกติทั่วไปในสังคมแต่รวมถึงบุคคลที่อาจจะยังคงกระทำการทุจริตอยู่ ไม่ว่าจะกระทำโดยตั้งใจทุจริต จำใจทำทุจริต หรือทุจริตตามน้ำ ตามกระแสค่านิยมของสังคมหรือองค์กรนั้น ๆ ก็ตาม ให้เกิดความตระหนัก กลับตัว กลับใจ เล็งเห็นถึงความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของตน และเปลี่ยนมาร่วมมือร่วมใจในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดีขึ้น