Contrast
Font
52dc8aa9665413ae06e4610bc5d3cb68.png

ป.ป.ช. ภาค 2 ผนึกกำลังจังหวัดตราดและจันทบุรี สร้างความร่วมมือป้องกันการทุจริตรถบรรทุกผิดกฎหมาย

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 16

07/05/2569

ป.ป.ช. ภาค 2 ผนึกกำลังจังหวัดตราดและจันทบุรี สร้างความร่วมมือป้องกันการทุจริตรถบรรทุกผิดกฎหมาย

 

สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ร่วมกับนายอนุชา พึ่งบุญศรี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตราด นำทีมบูรณาการลงพื้นที่ตั้งจุดสังเกตการณ์และตรวจวัดน้ำหนัก (Spot Check) ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวดตราด บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท สายกรุงเทพฯ - ตราด) บริเวณจุดตรวจด่านท่าจอด ตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เส้นทางหลักที่รถบรรทุกใช้ขนส่งสินค้ามุ่งหน้าสู่เขตเศรษฐกิจชายแดน และ 2 จุดหลัก ในจังหวัดจันทบุรี คือ เส้นทางสายรอง (จบ.4017) แหล่งลำเลียงหิน ดิน ทราย จากบ่อดินในพื้นที่ และเส้นทางสายหลัก (ทล.317 จันทบุรี-สระแก้ว) เส้นทางเศรษฐกิจสำคัญขนส่งผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมายและตรวจสอบพฤติการณ์ผิดกฎหมาย

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ดำเนินการตามมติคณะอนุกรรมการ สปท. ภาค 2 ซึ่งมีนายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกแก้ปัญหารถบรรทุกผิดกฎหมายและการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมุ่งเน้นตรวจสอบพฤติกรรม 4 ด้าน ได้แก่ บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด ไม่คลุมผ้าใบ เดินรถในช่องทางขวาโดยไม่เหมาะสม และดัดแปลงตัวรถเพื่อรองรับการบรรทุกเกินพิกัด ทั้งนี้ สำนัก ป.ป.ช. ได้รับความร่วมมือจากทั้ง 2 จังหวัด เป็นอย่างดี

 

ผลการประชุมหารือพบว่า ในจังหวัดตราด สถิติการกระทำผิดอยู่ในระดับต่ำกว่าจังหวัดอื่นในภูมิภาค เนื่องจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาชั่วคราวทำให้ปริมาณรถบรรทุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ในจังหวัดจันทบุรีพบว่า กลุ่มรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเกษตรส่วนใหญ่มีการควบคุมน้ำหนักจากต้นทางอย่างเป็นระบบ แต่กลุ่มรถขนส่งวัสดุก่อสร้างยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
นอกจากนี้ พลตำรวจตรี อรุณ อมรวิริยะกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 2 ได้เน้นย้ำว่า “แม้สถิติการกระทำผิดในจะลดลงในช่วงนี้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะผ่อนการเฝ้าระวัง เพราะเมื่อด่านชายแดนเปิด ปริมาณรถบรรทุกจะกลับมา และช่องว่างการทุจริตก็จะตามมาด้วย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการทุจริต”

 

จากการบูรณาการร่วมในครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ทั้ง 6 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นครนายก ตราด และจันทบุรี มาสังเคราะห์เพื่อออกแบบมาตรการที่ใช้งานได้จริงในระดับพื้นที่ และพร้อมขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องปรามการทุจริตอย่างยั่งยืนต่อไป

Related