Contrast
Font
b2e83b909a4bcaad080d901f834d61ec.jpg

ป.ป.ช. เปิดตัว “พลังสุจริต” ยกระดับเครือข่าย STRONG รวมพลังภาคประชาสังคมต้านโกงทั่วประเทศ

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 12

16/07/2569

ป.ป.ช. เปิดตัว “พลังสุจริต” ยกระดับเครือข่าย STRONG รวมพลังภาคประชาสังคมต้านโกงทั่วประเทศ

สำนักงาน ป.ป.ช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม “พลังสุจริต” เพื่อการต่อต้านการทุจริต ระหว่างวันที่ 16–17 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนางวาธินี สุริยวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนภาคประชาสังคมจากทั่วประเทศเข้าร่วม กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดเครือข่าย STRONG–จิตพอเพียงต้านทุจริต สู่การเชื่อมโยงองค์กรภาคประชาสังคมหลากหลายสาขาภายใต้ชื่อ “พลังสุจริต” โดยมีสมาชิกเครือข่าย STRONG และเครือข่ายสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจาก 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมประมาณ 320 คน ตลอดจนเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1–9 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กำหนดทิศทาง และวางแผนการทำงานร่วมกัน

สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า สถานการณ์ทุจริตในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับหลายมิติ ทั้งการใช้งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารจัดการภาครัฐ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข การคุ้มครองผู้บริโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขปัญหาจึงไม่อาจอาศัยเพียงการบังคับใช้กฎหมายภายหลังเกิดความเสียหาย หรือฝากไว้กับหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคม ซึ่งมีความใกล้ชิดกับปัญหาและเข้าใจบริบทของพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การสร้างความตื่นรู้ การปลูกฝังค่านิยมสุจริต การเฝ้าระวังโครงการและพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการแจ้งข้อมูลและเบาะแส ทั้งนี้ แนวคิด “พลังสุจริต” ไม่ใช่การยกเลิกหรือเข้ามาทดแทนเครือข่าย STRONG แต่เป็นการต่อยอดจากรากฐานเดิมให้เชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ชุมชน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา แรงงาน เกษตรกรรม สื่อมวลชน ธุรกิจเพื่อสังคม และองค์กรสาธารณประโยชน์ โดยแต่ละองค์กรยังคงรักษาอัตลักษณ์ ความเชี่ยวชาญ บทบาท และความเป็นอิสระของตนเอง

สำหรับแนวนโยบายการขับเคลื่อน “พลังสุจริต” ให้ความสำคัญกับ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การเปิดพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาสังคมอย่างกว้างขวาง โดยนำความแตกต่างมาเสริมพลังซึ่งกันและกัน 2) การจัดทำแผนงานจากปัญหาและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละจังหวัดและภูมิภาค 3) การเปลี่ยนจากการมุ่งนับจำนวนกิจกรรมและผู้เข้าร่วมไปสู่การวัดผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้ 4) การพัฒนากลไกสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ เครื่องมือ วิทยากร การประสานงาน และงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ช. อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ 5) การสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพมิได้หมายถึงการลงโทษอย่างเข้มงวดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และสามารถอธิบายต่อประชาชนได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากฎหมายถูกใช้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง

ตลอดการประชุมสองวัน ผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังการมอบนโยบายในหัวข้อ “พลังความร่วมมือ สู่การบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส เป็นธรรม และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน” การชี้แจงแนวทางยกระดับภาคีเครือข่าย ตลอดจนแนวทางการจัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ช. ก่อนแบ่งกลุ่มวิเคราะห์ปัญหาและบริบทของพื้นที่ จัดทำแผนปฏิบัติการ พร้อมนำเสนอและรับฟังข้อวิพากษ์จากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิ เป้าหมายสำคัญคือทำให้แผนที่เกิดขึ้นไม่จบลงเพียงเอกสารประกอบการประชุม แต่สามารถนำกลับไปดำเนินการได้จริง โดยมีผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา เป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ชัดเจน ทั้งการเพิ่มความตื่นรู้ของประชาชน การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การพัฒนาคุณภาพข้อมูลและเบาะแส ตลอดจนการผลักดันให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลและรับฟังเสียงประชาชนมากขึ้น โดยสำนักงาน ป.ป.ช. คาดหวังว่า เมื่อเครือข่ายภาคประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ และองค์กรภาคประชาสังคมร่วมมือกันอย่างจริงจัง “พลังสุจริต” จะไม่เป็นเพียงชื่อของเครือข่าย แต่จะกลายเป็นพลังทางสังคมที่ช่วยปกป้องประโยชน์ส่วนรวม สร้างการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค และเพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐอย่างยั่งยืน

Related