Contrast
Font
fd430f5432c24d7a505ee935a9c52229.png

กรรมการ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ติดตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ และเฝ้าระวังกรณีบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 15

24/07/2569

กรรมการ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ติดตามโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ และเฝ้าระวังกรณีบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายสุชาติ สุนทรีเกษม กรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา เลขานุการ และคณะอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกับนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 นายสุวัฒน์ เสาวรัญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ตโดยมุ่งติดตามการเฝ้าระวังโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่มีวงเงินงบประมาณสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบในภาพรวมของประเทศ
พร้อมติดตามกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการทุจริต

การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่มีวงเงินงบประมาณสูง และอาจส่งผลกระทบในภาพรวมต่อประเทศ โดยมุ่งเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การทุจริตเชิงนโยบาย การกำหนดนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน การจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เป็นธรรม การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามประเด็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. โครงการลงทุนขนาดใหญ่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดยมีโครงการที่ติดตาม ดังนี้
1.1 โครงการก่อสร้างเพื่อพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่เรือนจำภูเก็ตแห่งเดิมเป็นสวนสาธารณะ ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต งบประมาณในการก่อสร้าง จํานวน 169,500,000 บาท มูลค่างานก่อสร้างตามสัญญา 165,802,000 บาท
1.2 โครงการก่อสร้างระเบียงกระจกหาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้อนุมัติให้ใช้เงินสะสม สำหรับใช้ในโครงการก่อสร้างระเบียงกระจกหาดสุรินทร์ฯ งบประมาณ จำนวน 198,000,000 บาท และได้การจัดซื้อจัดจ้าง วงเงินในสัญญาจ้าง 196,975,000 บาท
2. โครงการลงทุนขนาดใหญ่ขององค์การบริหารส่วนตำบลสาคู โดยได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำพื้นที่ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต วงเงินโครงการ 130,488,000 บาท

3. การประชุมสรุปสถานการณ์ภาพรวมกรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล เป็นการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในประเด็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ และคำชี้แจง รวมทั้งกำหนดพิกัดสำหรับการลงพื้นที่สังเกตการณ์ โดยได้ลงพื้นที่ติดตาม
กรณีพื้นที่หาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ ทางคณะผู้ตรวจติดตาม ได้ให้ข้อเสนอแนะ ในประเด็นการเฝ้าระวังในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่มีวงเงินงบประมาณสูง ดังนี้
1. การบริหารจัดการและการบำรุงรักษาโครงการในระยะยาว ควรจัดทำแผนบริหารจัดการและบำรุงรักษาให้ชัดเจน เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องหลังโครงการแล้วเสร็จ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
2. การเตรียมความพร้อมในการรับโอนภารกิจ ควรกำหนดแนวทางการรับโอนภารกิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ การดำเนินงาน และแผนการบำรุงรักษา เพื่อให้บริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
3. การป้องกันการละเลยโครงการหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ควรกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ แผนการติดตามประเมินผล และงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโครงการเสื่อมโทรมหรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
4. การบริหารสัญญาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ควรกำกับติดตามการดำเนินงานของคู่สัญญา
ให้เป็นไปตามขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขของสัญญา พร้อมตรวจสอบและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความล่าช้า ความเสียหาย และความเสี่ยงต่อการทุจริต

นอกจากนี้ คณะผู้ตรวจติดตาม ได้ให้ข้อเสนอแนะ ในประเด็นประเด็นการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ดังนี้
1. การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยเมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสอบหรือดำเนินการในแต่ละครั้งมีหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมดำเนินการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเกิดการบูรณาการในการปฏิบัติงาน
2. จัดทำพื้นที่ต้นแบบ (Model) สำหรับการดำเนินงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีลักษณะปัญหาคล้ายคลึงกัน
3. ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน ควรแจ้งกรมที่ดินเพื่อบันทึกข้อมูลหรือกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือการนำที่ดินดังกล่าวไปประกอบกิจการหรือดำเนินธุรกิจโดยผู้ที่ไม่ทราบถึงข้อพิพาท ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายในภายหลัง
4. กรณีพบข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวเขตหรือการถือครองที่ดิน ควรดำเนินการรังวัดและตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ควรดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

5. มีข้อเสนอแนะว่า ในกรณีที่พื้นที่ใดได้รับการดำเนินการให้กลับคืนเป็นที่ดินของรัฐแล้ว หากผู้ประกอบการมีความประสงค์จะเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ควรดำเนินการขออนุญาต
ใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การใช้ประโยชน์เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน โดยรัฐสามารถจัดเก็บค่าตอบแทน ภาษี หรือรายได้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อรัฐและท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องพิจารณาตามอำนาจหน้าที่และบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรูปแบบและเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและเกิดประโยชน์สาธารณะสูงสุด

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้กำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต และติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินโครงการและการปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

Related