จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 48
ป.ป.ช.ภาค 9 ร่วม ป.ป.ช.ตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนขุดดิน "ควนเขานุ้ย" อ.เมืองตรัง จ.ตรัง พบ 2 แปลงเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายทวิชาติ นิลกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 มอบหมายให้ นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง นายนุบูฃรณ์ ไกรทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนปริง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณ "ควนเขานุ้ย" หมู่ 1 บ้านเกาะปริง ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สืบเนื่องจากได้รับเบาะแสและข้อร้องเรียนว่ามีการขุดดินถมดินโดยเอกชนซึ่งอาจไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงอาจมีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของรัฐ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน พบพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 2 แปลง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันโดยมีเนินควนเขานุ้ยคั่นอยู่ตรงกลาง ทั้งสองจุดพบร่องรอยการขุดดินเป็นบริเวณกว้าง บางส่วนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ และพบร่องรอยการขุดดินบริเวณยอดควนอย่างชัดเจน
แปลงที่หนึ่ง: อยู่ระหว่างขุดดิน มีใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัด แต่ อบต.ยังไม่พบเอกสารตาม พ.ร.บ.ขุดดินถมดิน
การตรวจสอบแปลงแรกพบร่องรอยการขุดตักดินในสภาพใหม่ และพบรถแบ็กโฮ 2 คัน คันหนึ่งจอดอยู่ในพื้นที่ขุดดิน อีกคันถูกเคลื่อนย้ายไปจอดในป่าด้านหลัง ห่างจากจุดขุดดินกว่า 100 เมตร โดยพบร่องรอยตีนตะขาบยืนยันการเคลื่อนย้าย
ต่อมาตัวแทนผู้ได้รับอนุญาตได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ พร้อมนำเอกสารมาชี้แจงว่าได้รับอนุญาตประกอบกิจการจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรังมาตั้งแต่ปี 2553 และมีการชำระค่าภาคหลวงเป็นประจำทุกปี ส่วนกรณีข้อสังเกตเรื่องการรุกล้ำที่ดินของรัฐ ตัวแทนชี้แจงว่ายังคงขุดอยู่ในเขตที่ดินกรรมสิทธิ์ของตน และร่องรอยการขุดใกล้แนวเขตที่ดินรัฐเป็นร่องรอยเก่าที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม นายนุบูรณ์ ไกรทอง นายก อบต.ควนปริง ระบุว่า ในส่วนของ อบต. ยังไม่พบเอกสารการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน ซึ่งเป็นคนละฉบับกับใบอนุญาตของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบต.โดยตรง จึงได้มอบหมายให้ อบต.กลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ทั้งประเด็นใบอนุญาตและแนวเขตที่ดินอย่างละเอียด ก่อนที่ ป.ป.ช.จะติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง โดย ป.ป.ช.ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับแจ้งเบาะแสและประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงให้เข้าตรวจสอบตามกฎหมาย
แปลงที่สอง: รุกล้ำที่ น.ส.ล. ชัดเจน แจ้งความมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ถึงตัวผู้กระทำผิด
สำหรับแปลงที่สอง ข้อมูลจาก อบต.ควนปริงระบุว่า มีการขุดดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของรัฐประเภทหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เป็นเนื้อที่ประมาณ 7-8 ไร่ จากพื้นที่รวมทั้งหมด 33 ไร่ โดยผู้ประกอบการได้รับอนุญาตขุดดินตั้งแต่ปี 2565 ก่อนจะมีผู้ร้องเรียนในปี 2566 ว่ามีการบุกรุกที่ดินของรัฐ
อบต.ควนปริงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 และในปี 2567 ได้ดำเนินการรังวัดแนวเขตจนสามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างขั้นตอนประเมินความเสียหายและคำนวณปริมาณดินที่ถูกขุดออกไป ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
นายนุบูรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนและดำเนินการมาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ปัจจุบันพนักงานสอบสวนได้มีหนังสือถึง อบต.ควนปริง ให้ดำเนินการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรัฐ ซึ่ง อบต.ได้ประสานขอความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 แห่ง แต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวแจ้งว่าไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการดำเนินการ กระทั่งในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา อบต.จึงได้ดำเนินการขอผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วยตรวจสอบปริมาณดินได้สำเร็จ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ อบต.ควนปริงแจ้งความดำเนินคดีมาแล้วกว่า 3 ปี คดียังไม่มีความคืบหน้าถึงตัวผู้กระทำความผิด เนื่องจากยังไม่สามารถคำนวณปริมาณดินที่รัฐได้รับความเสียหายให้แล้วเสร็จ
นายปิยะวัฒน์กล่าวว่า ประเด็นที่ ป.ป.ช.ภาค 9 ให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิดคือ พื้นที่แปลงที่สองอยู่ในแนวโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติตรังและบริเวณรันเวย์ ซึ่งในอนาคตจะมีการปรับพื้นที่และขุดดินภูเขาบริเวณดังกล่าวออกเพื่อดำเนินโครงการ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งดำเนินการคำนวณปริมาณดินที่ถูกขุดออกไปและติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว อาจส่งผลให้การพิสูจน์ความเสียหายและการคำนวณปริมาณดินของรัฐทำได้ยากยิ่งขึ้นในภายหลัง เมื่อพื้นที่ถูกปรับสภาพไปตามการก่อสร้างโครงการ
สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 จะติดตามความคืบหน้าของทั้งสองกรณีอย่างต่อเนื่อง และประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเพื่อให้การตรวจสอบและการดำเนินคดีเป็นไปตามกฎหมายต่อไป