จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 29
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายธีรพงศ์ ยอดกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ บูรณาการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 สำนักมาตรการป้องกันการทุจริต สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสุรินทร์ และสำนักงาน ปปท. เขต 3 ลงพื้นที่ตรวจสอบและสังเกตการณ์ โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำอำปึล บ้านกาเกาะ และโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำอำปึล บ้านใต้ฆ้อง ตำบลตาอ็อง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ณ โครงการชลประทานสุรินทร์ สำนักงานชลประทานที่ 8 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 โครงการ รวมวงเงินก่อสร้างกว่า 59 ล้านบาท เพื่อเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำอำปึล บ้านกาเกาะ มีปริมาตรดินขุด ไม่น้อยกว่า 500,000 ลูกบาศก์เมตร โดยดำเนินการขุดลอกประมาณ 550,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมก่อสร้างงานป้องกันการกัดเซาะ ความยาว 100 เมตร วงเงินก่อสร้าง 26,394,707.20 บาท กำหนดดำเนินงานระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 6 พฤศจิกายน 2569 รวม 270 วัน โดยมี บริษัท เซ็นทรอยด์ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และโครงการชลประทานสุรินทร์ สำนักงานชลประทานที่ 8 เป็นเจ้าของโครงการ
ส่วนโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำอำปึล บ้านใต้ฆ้อง มีปริมาตรดินขุดไม่น้อยกว่า 800,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมดำเนินกิจกรรมขุดลอกและก่อสร้างอาคารป้องกันการกัดเซาะ วงเงินก่อสร้าง 33,018,478.40 บาท กำหนดดำเนินงานระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 22 พฤศจิกายน 2569 รวม 300 วัน โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัด เทพศิริจอมพระ เป็นผู้รับจ้าง และโครงการชลประทานสุรินทร์ สำนักงานชลประทานที่ 8 เป็นเจ้าของโครงการ
การลงพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังโครงการในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายการเฝ้าระวังเชิงรุกของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มุ่งเน้นการป้องปรามการทุจริต ควบคู่กับการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารโครงการภาครัฐ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ