Contrast
Font
96bb5fb1f2ce068bc0d9c94af6a125be.png

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมจำนวน 2 เรื่อง

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 46

20/03/2569

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมจำนวน 2 เรื่อง

        วันนี้ (20 มีนาคม 2569) นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.   ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมจำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 

       เรื่องที่ 1 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้องเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองได้ตามกฎหมาย  

      ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) และเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้ โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่า    นายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง  ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยปลูกปาล์มน้ำมันและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมันเรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดงรายการทรัพย์สินของตนและคู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง ๆ ละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 – 3 - 95 ไร่ การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว และยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครองเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้

    การกระทำของนายสฤษฏ์พงษ์  เกี่ยวข้อง เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน         ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

     ให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

     เรื่องที่ 2 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

     ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่มีการปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และเป็นวันที่มีการประชุมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 120 และมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ณ อาคารรัฐสภา นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดราชบุรี และเป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้มาปฏิบัติหน้าที่เข้าร่วมประชุม จากนั้นภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าวแล้ว ในเวลาประมาณ 13.15 น. - 16.00 น. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ได้ร่วมกันเล่นไพ่สามกองกับบุคคลอื่นหลายคนในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร CA 535 ชั้น 5 อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการในเวลาราชการ โดยมีการใช้ชิปแทนเงินสดและนับแต้มอันมีลักษณะเป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และมีการจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่ไม่ใช่ทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสำหรับนำมาใช้เล่นการพนันโดยเฉพาะ การกระทำของนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ จึงเป็นการกระทำที่ไม่รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎร และไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างร้ายแรง

    คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้

    การกระทำของนายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน        ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 12 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง

    ให้เสนอเรื่องการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม      อย่างร้ายแรงตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป

    จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

 

    **การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด

ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด**

 

 

Related