จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 118
ป.ป.ช. สนธิกำลังร่วม กรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” ปราบปรามขบวนการทุจริต ทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
วันนี้ (31 มีนาคม 2569) สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายปริญญา วิกุลศิริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับกรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังปฏิบัติการเข้าร่วมจับกุมปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมพวก ณ ที่ว่าการอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน/เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมีความผิดฐานผู้ใด ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น มีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50
สืบเนื่องจาก บก.ปปป. ได้ส่งรายงานการตรวจสอบในชั้นต้นมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีได้รับประสานจากสำนักงาน ป.ป.ท. เกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. กรมการปกครอง บก.ปปป. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย ซึ่งพบว่ามีบุคคล ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าได้นำพากลุ่มคนต่างด้าวภายนอกพื้นที่เข้ามาจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองเดินทางมาให้การรับรองการจัดทำบัตร โดยกลุ่มนายหน้าได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อยและบุคคลซึ่งเป็นเจ้าบ้านยินยอมให้เพิ่มชื่อคนต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้านของตน และให้การรับรองอันเป็นเท็จว่ามีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่อำเภอวังน้อย นอกจากนั้นยังพบว่าบ้านบางหลังมีสภาพเป็นบ้านร้างไม่มีการพักอาศัยอยู่จริง ภายหลังเมื่อได้รับบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านทันที และออกนอกพื้นที่เพื่อไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อทำบัตรเท่านั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับแจ้งจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย ให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 1,000 - 3,000 บาท ต่อราย โดยในคดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติส่งเรื่องคืนให้ บก.ปปป. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ซึ่งต่อมาได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การอนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย กลุ่มนายหน้า และบุคคลที่เป็นเจ้าบ้าน รวมจำนวน 6 ราย ในวันนี้
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. การทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
....................................................................................
“ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ”