จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 58
ป.ป.ช. บุกรวบนายทุนเหมืองแร่พะเยา
โอนส่วยเข้าบัญชีส่วนตัวข้าราชการ แลกไฟเขียวใบอนุญาตขนแร่
เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม 256๙ ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค ๕ สั่งการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนคดีทุจริตภาค ๕ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๕ สืบสวนจับกุมตัวนายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับของหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕ ที่ ๒๙/256๕ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม 256๕โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ประกอบมาตรา ๘๖
สืบเนื่องจาก นายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ส. จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิสัมปทานบัตรทำเหมืองแร่แบไรต์จากนางอุดมพร (สงวนนามสกุล) ผู้ถือสัมปทานบัตรเดิม ได้ยื่นคำขออนุญาตเปิดการทำเหมืองต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา และได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ต่อมาได้ยื่นคำขอรับสัมปทานบัตรเพิ่มเติม และได้รับอนุญาตรวมจำนวน ๕๒ ฉบับ ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ได้ตรวจสอบปริมาณแร่พลอยได้จากการทำเหมือง โดยใช้วิธีชักตัวอย่างแร่มาตรวจสอบ ผลปรากฏว่าเป็นแร่เหล็กจริง จึงเสนอความเห็นให้ตรวจสอบแร่ที่เหลืออีกจำนวน ๔ กอง โดยใช้วิธีการคำนวณจากความกว้าง × ความยาว × ความสูง × ค่าความถ่วงจำเพาะ (๕.๐) จากนั้นได้จัดทำรายงาน ลงนามรับรอง และนำผลดังกล่าวไปประกอบการออกใบอนุญาตให้จำหน่ายแร่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบทุกครั้งก่อนการจำหน่ายแร่
ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๓ วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๓ และวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๓ นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) ได้ตรวจสอบปริมาณแร่พลอยได้จากการทำเหมืองอีกครั้ง แต่ไม่ได้ดำเนินการชักตัวอย่างแร่เพื่อตรวจสอบเช่นเดียวกับครั้งแรก โดยใช้เพียงวิธีการวัดขนาดกองแร่ และนำผลดังกล่าวไปประกอบการออก
ใบอนุญาต ในส่วนของการออกสัมปทานบัตรทำเหมืองแร่แบไรต์ บริษัท ส. จำกัด ได้ยื่นคำขอและได้รับสัมปทานบัตรจำนวน ๕๒ ฉบับ นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของนายวีระเดช (สงวนนามสกุล) นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ผู้มีหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตขนแร่ จำนวนหลายครั้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร
เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนคดีทุจริตภาค ๕ สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค ๕ ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้หลบมาพักอาศัยอยู่บริเวณ ซอยบางขุนนน 5 ตำบลบางขุนนน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จึงประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางใหญ่เพื่อวางแผนเข้าจับกุม โดยผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕ ที่ ๒๙/256๕ ลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม 256๕ จริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่เพื่อทำบันทึกการจับกุมและ ลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค ๕ เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๕ ต่อไป
หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
.....................................................................................
“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด”