จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 381
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ จำนวน 2 เรื่อง
วันนี้ (11 สิงหาคม 2569) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ กรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ 1 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายชาญ พวงเพ็ชร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กับพวก กรณีตั้งงบประมาณและกำหนดราคากลางจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 - 2556 สูงกว่าราคาในท้องตลาดเป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 นายชาญ พวงเพ็ชร์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้แจ้งให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปทุมธานีเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ ตามแบบที่กำหนด โดยให้เสนอโครงการภายในวงเงินคนละ 5,000,000 บาท ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 ราย ได้เสนอโครงการ รวม 8 โครงการ รวมเป็นเงิน 10,500,000 บาท ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2555 - 2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด แต่ปรากฏว่านายสถาพร วงศ์พานิช ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง กันธสมาส วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 แต่เป็นราคาที่นายประเทือง กันธสมาส ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน ไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้ นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าวในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 3 สัญญา เป็นเงินจำนวน 28,038,000 บาท
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 13 ราย ได้เสนอโครงการ จำนวน 13 โครงการ รวมเป็นเงิน 34,500,000 บาท ต่อมา นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2555 - 2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด แต่ปรากฏว่านายสถาพร วงศ์พานิช ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง กันธสมาส วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 แต่เป็นราคาที่นายประเทือง กันธสมาส ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 – 2555 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน ไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อ ก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าวในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 9 สัญญา เป็นเงินจำนวน 46,080,500 บาท
ทั้งนี้ รวม 2 ปีงบประมาณ จำนวน 12 สัญญา (151 ชุด) เป็นเงินทั้งสิ้น 74,118,500 บาท ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำการตรวจสอบ โดยสืบราคาเครื่องออกกำลังกายจากผู้จำหน่ายเครื่องออกกำลังกายภายในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 3 ราย โดยระบุประเภทและคุณลักษณะ เช่น ความกว้าง ความยาว ความสูง ความหนาของเหล็ก
และคุณภาพของสีที่ใกล้เคียงกับเครื่องออกกำลังกายที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดซื้อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 – 2556 รวม 12 สัญญา (151 ชุด) พบว่าเครื่องออกกำลังกายมีค่าเฉลี่ยราคาประมาณชุดละ 195,658.86 บาท แต่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีกลับจัดซื้อในราคาประมาณชุดละ 500,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดหรือราคาท้องถิ่นถึงประมาณชุดละ 304,341.14 บาท เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ หรือดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
เรื่องที่ 2 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายชัยมงคล ไชยรบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กับพวก กรณีทุจริตในโครงการจัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 วงเงินงบประมาณ 11,000,000 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 จังหวัดสกลนคร ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) ในพื้นที่ 18 อำเภอ และมีหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เพื่อขอรับการสนับสนุนผ้าห่มกันหนาวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว จากนั้นนายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ได้เห็นชอบให้กองคลังดำเนินการตามระเบียบต่อมานายพัฒนา พิมพะสาลี เจ้าหน้าที่พัสดุ กองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ได้มีบันทึกเสนอนายชัยมงคล ไชยรบ ขออนุมัติสืบราคาผ้าห่มนวมกันหนาวเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดซื้อ จากนั้นนายชัยมงคล ไชยรบ ได้มีหนังสือสืบราคาไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม ปรากฏว่านายสังขพงศ์ นพแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนอนดีเน้ หนองบัวสิม อำเภอคำตากล้า ซึ่งได้รับการติดต่อประสานงานจากนางสาวสาธินี ดาวศิริโรจน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ให้เสนอราคาผ้าห่มนวมกันหนาว ได้เป็นผู้จัดทำใบเสนอราคาและเป็นผู้กำหนดราคาของ 4 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อยู่ที่ผืนละ 235 - 238 บาท และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครได้ลงรับเอกสาร ทั้ง 4 ฉบับ ดังกล่าว ส่วนอีก 1 กลุ่ม แจ้งราคากลับมาผืนละ 160 บาท จากนั้นในวันเดียวกัน นายพัฒนา พิมพะสาลี เจ้าหน้าที่พัสดุได้นำราคาของกลุ่มวิสาหกิจทั้ง 5 กลุ่ม มาบวกรวมกันแล้วหารหาค่าเฉลี่ย ได้ราคาเฉลี่ยผืนละ 221.40 บาท และได้เสนอขออนุมัติราคากลางไปยังนายชัยมงคล ไชยรบ โดยผ่านความเห็นชอบของนางทองหล่อ ปารีพันธ์หัวหน้าฝ่ายพัสดุ นายสมัย โพธิทองดี หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ นางพัฒนาวดี จันทร์นวลหรือวิริยปิยะ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร และนายสันติ ไชยยศ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ตามลำดับชั้น ปรากฏว่านายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ลงนามอนุมัติให้จัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวโดยวิธีกรณีพิเศษ ในราคาผืนละ 220 บาท จำนวน 50,000 ผืน เป็นเงินทั้งสิ้น 11,000,000 บาท ทั้งที่ผ้าห่มนวมกันหนาวดังกล่าวมีคุณลักษณะเฉพาะตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดราคาขายทั่วไปผืนละ 120 - 160 บาท และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีกรณีพิเศษ แต่ปรากฏว่านายพัฒนา พิมพะสาลี ได้ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว โดยได้จัดทำหนังสือเชิญกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 9 กลุ่ม ให้ไปเสนอราคาในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553 แต่ไม่เชิญกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เสนอราคาผืนละ 160 บาท ต่อมา นายสังขพงศ์ นพแก้ว และนางปาริชาติ หรือวริทยา อุประชัยวุฒิ ได้จัดทำใบเสนอราคาของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 9 กลุ่ม แล้วแต่กรณี และนำมายื่นต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร โดยทั้ง 9 กลุ่ม เสนอราคาผ้าห่มนวมกันหนาวผืนละ 220 บาท เท่ากันทุกกลุ่ม ซึ่งสูงกว่าราคาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดผืนละ 60 บาท จากนั้นนายพัฒนา พิมพะสาลี ได้เสนอให้จัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 9 กลุ่ม และเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553 นายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายผ้าห่มนวมกันหนาวกับกลุ่มวิสาหกิจทั้ง 9 กลุ่ม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553 นายชัยมงคล ไชยรบ ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจัดซื้อผ้าห่มนวมกันหนาวในนามวิสาหกิจชุมชน ทั้ง 9 กลุ่ม รวมเป็นเงิน 11,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนด เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เป็นเงินทั้งสิ้น 3,000,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
ทั้งนี้ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดนี้
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนหรือผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
………………………………………………………
|
การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด |
………………………………………………………