Contrast
Font
e9d2894fa449f35c0ca1451828a91ec8.jpg

ป.ป.ช.แนะ รัฐบาลใหม่ ร่วมป้อง-ปราบการทุจริต ผลักดันเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 647

01/05/2566

สำนักงาน ป.ป.ช. เน้นย้ำ ไม่ว่าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล ขอให้เข้มข้นในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมแนะ 5 เรื่องสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรแก้ไข เพื่อลดปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ให้การบริหารประเทศขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับคะแนน CPI เพิ่มความเชื่อมั่นของประชาชน และนานาชาติ 

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติมาอย่างยาวนาน เนื่องจากส่งผลให้เม็ดเงินงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศกระจายไปอย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งยังกระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะต่างมองว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เป็นต้นทุนหรือความเสี่ยงในการเข้ามาประกอบธุรกิจ ซึ่งสถานการณ์การทุจริตในประเทศมีตัวชี้วัดจากคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index - CPI) ปี 2565 ที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ซึ่งมีประเทศต่าง ๆ ที่ถูกจัดอันดับทั้งสิ้น 180 ประเทศ แม้พบว่าตัวเลขของประเทศไทยจะดีขึ้นจากปี 2564 จาก 35 คะแนน เป็น 36 คะแนนจัดอยู่ในอันดับที่ 101 ของโลก ขยับขึ้นมาจากปี 2564 ที่ได้อันดับที่ 110 แต่ก็ยังไม่นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจ

ดังนั้น จึงเห็นได้ชัดเจนว่าปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาที่รัฐบาลใหม่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เคยเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 สามารถแบ่งได้ เป็น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. ด้านสินบน คือ การที่หน่วยงานรัฐมีมาตรการป้องกันการรับสินบนจากประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการที่หน่วยงนของรัฐ เช่น หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 อย่างเคร่งครัด การปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีความโปร่งใส

2.ด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ คือ การแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม การไม่ใช้ทรัพย์สินของส่วนรวมมาทำประโยชน์เพื่อตนเอง เช่น การดำเนินการตามมาตรฐานกลางในการปฏิบัติ สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรมแห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 (4) "คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ"   

  1. ด้านนโยบายของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาการทุจริต คือ การที่หน่วยงานรัฐมีนโยบายที่จริงจังในการแก้ไขปัญหาการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐ เช่น ผู้บังคับบัญชามีนโยบายตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานรัฐนั้น ว่ามีการปฏิบัติงานที่ทุจริตหรือไม่

4.ด้านการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ คือ การตรวจสอบการดำเนินคดีและลงโทษผู้ที่กระทำความผิดฐานทุจริตในหน่วยงานรัฐนั้น ทั้งทางอาญาและทางวินัย และเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบ เช่น ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษทางวินัย และแจ้งความดำเนินคดีทางอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่โดยติดตามตรวจสอบผลการดำเนินคดีและเผยแพร่ให้สาธารณชนรับทราบเมื่อคดีสิ้นสุด        

  1. ด้านความโปร่งใสในระบบงบประมาณ คือ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณโดยไม่มีการทุจริตภายในหน่วยงานรัฐนั้น เช่น เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างโครงการบนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ โดยสาธารณชนสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลได้

สำนักงาน ป.ป.ช. เชื่อว่า หากรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศได้นำข้อเสนอดังกล่าว มากำหนดเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ก็จะเป็นส่วนสำคัญให้การพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองมีประสิทธิภาพ และเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง

Related