Contrast
Font
banner_default_2.jpg

มาตรการป้องกันการทุจริตในการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas : CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles : NGV)

จากไชต์: สำนัก มาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม
จำนวนผู้เข้าชม: 8

24/04/2569

มาตรการป้องกันการทุจริตในการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas : CNG)
หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles : NGV)

 

ที่มาและความสำคัญ

 

             จากที่ได้ปรากฏข่าว กรณีรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เดินทางไปศึกษาดูงานและชมนิทรรศการ ณ ที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 แต่เกิดเพลิงลุกไหม้ระหว่างเดินทางกลับ บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน ถนนวิภาวดีรังสิต ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 72 จังหวัดปทุมธานี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย เป็นเด็กนักเรียน 20 ราย ครู 3 ราย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหลักของเพลิงที่ลุกไหม้มาจากเพลาหักครูดถนน จนเกิดประกายไฟ ทำให้เชื้อเพลิงหลักของรถบัสคือแก๊ส NGV ติดไฟและลุกลามจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว กอปรกับคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เรื่อง มาตรการป้องกันอุบัติเหตุ จากการใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ ได้พิจารณาเรื่องเหตุการณ์เพลิงไหม้รถโดยสารสาธารณะที่นำนักเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี จนเป็นเหตุให้มีอาจารย์และนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงได้มีหนังสือแจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทำนอง เดียวกันอีก รวมทั้งเพื่อให้รถขนส่งสาธารณะทุกประเภท โดยเฉพาะรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จึงให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการขนส่งสาธารณะและแนวทางป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสีย ที่อาจจะเกิดขึ้นในทำนองเดียวกันอีก

  

            เหตุการณ์เพลิงไหม้รถโดยสารสาธารณะที่นำนักเรียนไปทัศนศึกษาจนเป็นเหตุให้มีอาจารย์ และนักเรียนเสียชีวิต ควรต้องได้รับการป้องกันอุบัติเหตุและการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทำนองเดียวกันอีก ดังนั้น จึงควรยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศไทย เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาต และการขอต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง การตรวจสอบมาตรฐานของเครื่อง อุปกรณ์และส่วนควบ ตลอดจนการขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงสาระสำคัญของรถที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas : CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles : NGV) ที่ต้องโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานทั้งทางเทคนิควิชาชีพและความปลอดภัยต่อผู้รับบริการ รวมทั้ง ควรสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมด้านความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อป้องกันความเสี่ยง และปรับปรุงการปฏิบัติราชการ สร้างความตระหนักรู้ ตลอดจนเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อความปลอดภัย ทางถนนของประเทศไทย

 

ข้อเสนอแนะ

 

             เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงการทุจริต เกี่ยวกับการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles: NGV) โดยเฉพาะในการตรวจสอบมาตรฐาน ของเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถขนส่งที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด การตรวจสภาพและการตรวจสอบรถ ตลอดจน เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการในการส่งเสริมนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนและการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างความตระหนักรู้ เสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อความปลอดภัยทางถนน คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการ ขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas : CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles: NGV) ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้ ตามนัยมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนี้

 

1. นโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนและการบังคับใช้กฎหมาย

           เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะรถขนส่ง ผู้โดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง กระทรวงคมนาคม ควรดำเนินการดังนี้

           1.1 กำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนและประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการยกระดับ มาตรฐานด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย โดยพิจารณาทบทวนกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความเหมาะสมของมาตรฐานเครื่องติดตั้งอุปกรณ์และส่วนควบของรถขนส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะรถที่ใช้ ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles : NGV) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

           1.2 เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาวิจัยเพื่อทบทวน การกำหนดอายุสูงสุดในการใช้งานของโครงสร้างคัสซีของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร และความเหมาะสม มั่นคง แข็งแรง ในการนำมาใช้ดัดแปลง แก้ไข สำหรับใช้ติดตั้งถังก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิง รวมทั้ง พิจารณามาตรการ/กลไก และกำหนดมาตรฐานในการควบคุมตรวจสอบสมรรถนะและความแข็งแรงทนทาน ของโครงสร้างคัสซี และมาตรฐานการตรวจสภาพรถ

 

2. การตรวจสอบมาตรฐานของเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถขนส่งที่ใช้ก๊าซ ธรรมชาติอัดและการตรวจสภาพและการตรวจสอบรถ

           เพื่อให้การตรวจสอบมาตรฐานของเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถขนส่งที่ใช้ก๊าซ ธรรมชาติอัดและการตรวจสภาพและการตรวจสอบรถ มีความโปร่งใสและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งทางเทคนิควิชาชีพและความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ กรมการขนส่งทางบก จึงควรพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

           2.1 เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ ขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง การขออนุญาตแก้ไขดัดแปลงสาระสำคัญของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่ง ทางบก รวมถึงการตรวจสอบ กำกับ สถานประกอบการเอกชนและผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่ออกหรือต่อใบอนุญาตให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยควรบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและบังคับใช้กฎหมายกับรถโดยสารสาธารณะที่ไม่ได้รับการต่อใบอนุญาต หรือมีการแก้ไขดัดแปลงที่ไม่ได้มาตรฐาน

           2.2 ให้พิจารณาปรับปรุงรูปแบบในการตรวจสภาพโดยให้ใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีมาตรฐานสากลและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นระบบ (Inspection Database) ในการตรวจสอบ ออกใบรับรอง ติดตามประวัติการดัดแปลง และเก็บรวบรวมผลการตรวจสอบรถและแนวโน้มความเสื่อม ของอุปกรณ์และส่วนควบของรถแต่ละคันได้

           2.3 เร่งดำเนินการในการจัดทำระบบ Safety Rating List สำหรับรถโดยสาร สาธารณะ เพื่อเป็นการจำแนกชั้นมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะ ที่มีสภาพความปลอดภัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมทั้งจัดทำ ท Black list สำหรับรถโดยสารสาธารณะที่พบปัญหาและมีสภาพความ ปลอดภัยไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะ ของ Safety Rating ข้างต้น ผ่านระบบ Online และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกใช้บริการ เพื่อเป็น การยกระดับการให้บริการที่จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส (Transparency) และกลไกความรับผิดชอบ (Accountability) ของผู้ประกอบการได้

 

3. การสร้างความตระหนักรู้ การเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติตามกฎหมาย ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อความปลอดภัยทางถนน

           เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมด้านความปลอดภัย ระบบการจัดการองค์กร และการบังคับใช้กฎหมาย และความรับผิดชอบต่อสังคม กรมการขนส่งทางบกจึงควรบูรณาการการทำงานร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมรถโดยสารไม่ประจำทาง สมาคมผู้ประกอบการ รถโดยสารไทย กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นต้น ดังนี้

           3.1 ให้ความรู้และการอบรมเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายจราจร และพฤติกรรมเสียง ต่อความปลอดภัยบนถนน ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุ ฉุกเฉิน และรณรงค์ “ความปลอดภัยเป็นวัฒนธรรมองค์กร” โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงง่าย เช่น ในรูปแบบคลิปวีดิโอ ป้ายประชาสัมพันธ์ บนรถโดยสารสาธารณะ และส่งเสริมให้พนักงานเป็นแบบอย่างที่ดี แก่ผู้ใช้ถนน

           3.2 สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการสร้างระบบการตรวจสอบความพร้อม ก่อนการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งต้องดำเนินการเป็นปกติอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบสารเสพติดและความพร้อมของพนักงานขับขี่ พนักงานให้บริการประจำรถ การตรวจสอบความปลอดภัยของรถ โดยอาจมีการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการหรือพนักงานที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบดีเด่น เช่น สถาน ประกอบการที่มี Safety Rating List ดีเด่น ผู้ประกอบการที่มีสถิติอุบัติเหตุต่ำ เป็นต้น

           3.3 กำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีการซักซ้อมแนวทาง ปฏิบัติในการตรวจสอบ กำชับ และสร้างความตระหนักรู้ให้เจ้าหน้าที่เห็นถึงประโยชน์และโทษในการปฏิบัติ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กระทำความผิด และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ หรือบุคคลที่

           3.4 ส่งเสริมให้นำระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ การติดตามและประเมินผล เช่น ระบบติดตามภายในรถ (In Vehicle Monitoring Systems; IVMS) ระบบ GEO Fencing ระบบ GPS ตรวจจับตำแหน่งและความเร็วรถระบบกล้อง CCTV เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการ ขับขี่ ระบบแจ้งเตือนความเร็วและระยะเวลาขับขี่เกินกำหนดระบบป้องกันการหลับใน และระบบการประเมิน พนักงานทั้งในเชิงความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และพฤติกรรมความปลอดภัย

           3.5 สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และผู้โดยสาร เพื่อสร้างส่วนร่วมการแจ้งพฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางถนน ผ่านช่องทางร้องเรียน ที่เข้าถึงง่าย และสามารถอัพเดทการดำเนินการจนกว่าจะมีการแก้ไขเรื่องร้องเรียนเสร็จ

 

           ทั้งนี้ ให้กรมการขนส่งทางบกรายงานผลการขับเคลื่อนมาตรการฯ เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นประจำทุกปีด้วย

Related