จากไชต์: สำนัก มาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม
จำนวนผู้เข้าชม: 17
ข้อเสนอแนะเพื่อการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย
ที่มาและความสำคัญ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยที่สร้างรายได้มหาศาลจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างเพิ่มขึ้น ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมมีการขยายตัวตามไปด้วย
ในการประกอบธุรกิจโรงแรมจำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนโรงแรม ซึ่งต้องมีการยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจโรงแรม ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และมีกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2566 (ฉบับที่ 2) กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม หลักเกณฑ์และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 190/2551 เรื่อง การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เป็นต้น
โดยการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม มีการดำเนินการเพื่อออกใบอนุญาต ใน 4 กรณี กล่าวคือ 1) การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม 2) การต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม 3) การโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (กรณีปกติ) และ 4) การโอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (กรณีเสียชีวิต) ซึ่งต้องดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ได้ปรากฏข่าวกรณีการเรียกรับผลประโยชน์ในการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะนายทะเบียนเพื่อเรียกรับสินบนเพื่ออำนวยความสะดวกให้การออกใบอนุญาตเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งเป็นการกระทำการทุจริตในหน้าที่ และสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการ
ข้อเสนอแนะ
การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมยังคงมีช่องว่าง และมีความเสี่ยงในการเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ตอบแทน ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะเป็นการช่วยป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการและผู้มาติดต่อขอออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมยิ่งขึ้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรเสนอข้อเสนอแนะเพื่อการป้องกันความเสี่ยงการทุจริตในการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม และเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้ ตามนัยมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดังนี้
มาตรการระยะสั้น
1. การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ/ขั้นตอน การขอใบอนุญาต
เพื่อเป็นการดำเนินการให้สอดรับกับร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ..... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการร่างพระราชบัญญัติฯ แล้ว ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม จึงควรเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้
1.1 ควรกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้เป็นไปตามกระบวนการ/ขั้นตอน และกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยคำนึงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้มากยิ่งขึ้น เช่น ลักษณะ One Stop Service เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และจัดให้มีคู่มือการพิจารณาขั้นตอนการขออนุมัติ อนุญาตการประกอบธุรกิจโรงแรม โดยพัฒนาระบบการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ และคู่มือเกี่ยวกับรายละเอียดการพิจารณา รูปแบบ ประเภทโรงแรม รายละเอียดการใช้อาคารสถานที่ พร้อมทั้งจัดทำในรูปแบบอินโฟกราฟิกส์ (Infographics) รวมถึงให้จัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) ที่เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตด้วย
(2) ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับนิยาม คำว่า "สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้คำอธิบายที่ชัดเจนว่าสิ่งปลูกสร้าง อาคารประเภทใดบ้าง ที่สามารถนำมาขออนุญาตทำเป็น “สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม”ได้ และสิ่งปลูกสร้าง อาคารลักษณะใดบ้างที่ไม่อนุญาตให้ทำเป็น “สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม” ทั้งนี้ เพื่อความชัดเจน ไม่ต้องตีความคำว่า สถานที่พัก ครอบคลุมอาคารประเภทใดบ้างและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณา
(3) ประสานความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการปกครอง และกรมโยธาธิการและผังเมือง ปรับปรุงแนวทางการกำหนดการออกแบบโครงสร้าง ลักษณะอาคาร และคุณสมบัติโครงสร้างอาคารเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการของธุรกิจโรงแรม โดยคำนึงถึงประเภท และขนาดของโรงแรมด้วย และพิจารณากลไกการควบคุมและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมถึงสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมให้มากขึ้น
1.2 ควรพิจารณาความเป็นไปได้ในการถ่ายโอนภารกิจให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐ (Outsource) ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ตรวจสอบในลักษณะ One Stop Service ในครั้งเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการติดต่อหลายหน่วยงาน
1.3 ควรพิจารณาใช้ระบบเทคโนโลยีการขออนุญาตอย่างเป็นระบบเพื่อเป็นการลดช่องทางการติดต่อระหว่างผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาตโดยตรง และทำให้การดำเนินการอนุญาตเป็นไปด้วยความรวดเร็วขึ้น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้มาติดต่อ และลดการใช้ดุลพินิจ การทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการออกใบอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการรับสินบนของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจอนุมัติอนุญาต
2.1 ควรพัฒนาระบบการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการรับสินบนของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจอนุมัติอนุญาต การสร้างความเข้มแข็งในการตรวจสอบจากประชาชนและผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีการสำรวจระดับการรับรู้ของข้าราชการเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม และประเมินและติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม รวมทั้ง การสำรวจทัศนคติของประชาชนผู้รับบริการในการปฏิบัติหน้าที่ในการอนุมัติ อนุญาต และการประเมินผลความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ในการอนุมัติอนุญาต ปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน พร้อมทั้งต้องมีการดำเนินการทางคดีและลงโทษอย่างเคร่งครัด และใช้พฤติกรรมทางจริยธรรมในการบรรจุ/แต่งตั้ง/โยกย้าย หากกระทำความผิดให้พิจารณาข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ควบคุม อย่างเด็ดขาด ทั้งทางอาญา ทางวินัย และทางปกครอง แล้วแต่กรณี
2.2 ควรจัดให้มีระบบการแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ประมวลจริยธรรมที่เกี่ยวข้องในการห้ามให้และรับสินบน ได้แก่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรการระยะยาว
กระทรวงมหาดไทยควรหารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการทบทวนการใช้ระบบอนุญาตของประเทศไทย เพื่อลดภาระประชาชนและสร้างศักยภาพในการแข่งขันด้านการค้าและการลงทุน และพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำระบบจดแจ้งก่อนดำเนินการ หรือการอนุญาตโดยปริยาย หรือมาตรการทางเลือกอื่น มาใช้แทนระบบอนุญาตเพื่อขอประกอบธุรกิจโรงแรม โดยอาจกำหนดแบ่งการดำเนินการตามความจำเป็นตามประเภทโรงแรมก็ได้
ทั้งนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยรายงานผลการขับเคลื่อนข้อเสนอแนะฯ เสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นประจำทุกปีด้วย