Contrast
Font
banner_default_3.jpg

ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร

จากไชต์: สำนัก มาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม
จำนวนผู้เข้าชม: 6

24/04/2569

ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร

 

ที่มาและความสำคัญ

 

              คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเรื่องกล่าวหากรณีการดำรงตำแหน่งทางบริหาร ของสถาบันอุดมศึกษาขณะขาดคุณสมบัติด้านอายุ และการเบิกจ่ายค่าตอบแทนโดยมิชอบ เนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกษียณอายุราชการแล้ว และมีมติให้สำนักงาน ป.ป.ช. ทำการศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและ ความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้ว ให้ดำรงตำแหน่งทางบริหารในตำแหน่งคณบดี รองอธิการบดี และอธิการบดี และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้ว ให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร

    

          จากการศึกษาตามประเด็นดังกล่าว พบว่าการแต่งตั้งบุคคล ที่มีอายุเกินหกสิบปีหรือบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหารในสถาบันอุดมศึกษานั้น มีประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาในด้านการบริหารงานบุคคล เละอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาได้ ดังนี้        

     

 1. การกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา
     กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติ จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ไม่ได้บัญญัติคุณสมบัติเกี่ยวกับสถานะและอายุของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาให้มีความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาการตีความและข้อถกเถียง ทางกฎหมาย อันนำไปสู่การกล่าวหา/ร้องเรียน และการฟ้องร้องเป็นคดีความต่อศาลปกครอง

 

 2. กระบวนการสรรหาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา
     กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษามีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิด ความไม่โปร่งใสและเป็นธรรม ในกรณีดังต่อไปนี้
     2.1 ผู้มีอำนาจในการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เช่น คณะกรรมการสรรหา หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัวเอื้อประโยชน์ในการ แต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา
     2.2 สถาบันอุดมศึกษาบางส่วนไม่ทำการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้บริหาร สถาบันอุดมศึกษา เช่น ข้อบังคับ/ประกาศของสถาบันอุดมศึกษาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา/แต่งตั้ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ให้สาธารณชน ได้รับทราบและเข้าถึงได้

   

       ในการนี้ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหารข้างต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้เสนอ“ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการ บริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร” ต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามนัยมาตรา ๑๔๒ (๖) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

 

ข้อเสนอแนะ

   

           เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหารข้างต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้เสนอ“ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการ บริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร” ต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กอปรกับสำนักงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือภาคเอกชน เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามนัยมาตรา 142 (6) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรเสนอข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาหรือความเสี่ยงต่อการทุจริตในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรณีการแต่งตั้งบุคคลที่เกษียณอายุราชการแล้วให้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร ดังนี้

 

 1. ด้านการกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา

                 เห็นควรพิจารณาจัดทำมาตรฐานกลางในการกำหนดคุณสมบัติของผู้บริหารสถาบัน อุดมศึกษาในตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี และคณบดี ให้มีความชัดเจน โดยให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติในด้าน สถานะและอายุของผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเป็นหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติให้สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง นำไปใช้ในการสรรหา/แต่งตั้งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

 

 2. ด้านกระบวนการสรรหาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา

  

               1) สถาบันอุดมศึกษาควรยึดถือและปฏิบัติตามแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 2) ข้อ 18 และข้อ 19 โดยเคร่งครัด และสถาบันอุดมศึกษาควรกำหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับเรื่องการมีส่วนได้เสียระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาผู้บริหาร สถาบันอุดมศึกษาและผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มเติมในข้อบังคับ ของสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง ตามความจำเป็นและความเหมาะสมกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษา แต่ละแห่ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในกระบวนการสรรหาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา และเพื่อให้ มีคณะกรรมการสรรหาที่มีความเป็นกลาง ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เป็นการป้องกันมิให้เกิดเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียน และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือปล่อยปละละเลย อันก่อให้เกิดการเอื้อประโยชน์และผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) โดยอย่างน้อยประกอบด้วยรายละเอียดตามที่เสนอหรือในทำนองเดียวกัน ดังต่อไปนี้


                 - กรรมการสรรหาอธิการบดี ต้องไม่เป็นคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน บุพการี หรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส หรือบุตรบุญธรรม หรือผู้รับบุตรบุญธรรม ของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดี และผู้ได้รับการ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี


                 - ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสรรหาอธิการบดี ไม่มีสิทธิสมัครหรือได้รับการเสนอชื่อเป็นอธิการบดี และไม่สามารถมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี ภายหลังการ ดำเนินการสรรหาอธิการบดีแล้วเสร็จตลอดวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี


                 - กรรมการสรรหาคณบดี ต้องไม่เป็นคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส หรือบุตรบุญธรรม หรือผู้รับบุตรบุญธรรม ของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นคณบดี


                 - ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ต้องไม่เป็นคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกัน ฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน บุพการีหรือผู้สืบสันดานของคู่สมรสหรือผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส หรือบุตรบุญธรรม หรือผู้รับบุตรบุญธรรม ของอธิการบดี
                 - เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน สภาสถาบันอุดมศึกษา จะพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการสรรหาอธิการบดีและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา เป็นรองอธิการบดีตามคำแนะนำของอธิการบดีรายนั้น ภายในสองปี เว้นแต่จะได้แสดงเจตนาให้เป็นที่ประจักษ์ว่าตนไม่ประสงค์ใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ที่ได้ออกเสียงลงมติเลือกอธิการบดีรายใด นับแต่วันที่ได้ลงมติดังกล่าวมิได้ เลือกอธิการบดีคราวนั้น

        

               2) สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการสรรหา/แต่งตั้งบุคคล ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษา เช่น ข้อบังคับ/ประกาศของสถาบันอุดมศึกษาเกี่ยวกับ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา/แต่งตั้ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ในสถาบันอุดมศึกษา ให้สาธารณชนได้รับทราบและเข้าถึงได้เป็นการทั่วไป ทางเว็บไซต์หลักของสถาบัน อุดมศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา บุคคลที่จะเข้ารับการสรรหา ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนทั่วไป เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชน และสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในกระบวนการสรรหา/แต่งตั้งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา

          

Related