จากไชต์: สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ
จำนวนผู้เข้าชม: 12
📍เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼
📌พบกับตอนสุดท้ายของกรณีศึกษาและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กับกรณีศึกษาเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลอันเป็นเท็จของเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของเอกสารทางราชการและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 📝⚖️
โดยวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ขอนำเสนอกรณีศึกษา เรื่อง รับแจ้งเกิดและออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จ 👶📄
ซึ่งจะมีเรื่องราวเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้เลยครับ 🔎
นาย ก. ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านได้รับการแต่งตั้งจากผู้อำนวยการทะเบียนกลางให้เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง โดยให้มีหน้าที่ออกหลักฐาน 1. ใบรับแจ้งการเกิด ท.ร. 1 ตอนหน้า 2. ใบรับแจ้งการตาย ท.ร.4 ตอนหน้า 3. ใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร. 6 ตอนหน้า และ 4. ใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน ท.ร. 9 ในเขตท้องที่หมู่บ้านของตน
ต่อมา นาย ข. ได้ไปแจ้งการเกิดเด็กหญิง A บุตรสาวของนาย ข. กับนาง อ. ไม่ทราบนามสกุล ว่าเป็นบุตรของตน และนาย ก. ได้รับจดแจ้งการเกิดของเด็กหญิง A ในใบรับแจ้งการเกิด ท. 1 ตอนหน้าว่าเป็นบุตรของนาย ข. กับนาง อ. อันเป็นเท็จ โดยนาย ก. และนาย ข. ได้รู้ข้อเท็จจริงอยู่ก่อนแล้วว่าเด็กหญิง A มิได้เป็นบุตรของนาย ข. กับนาง อ. แต่อย่างใด เป็นเหตุให้ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
⚖️มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (4) และฐานทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 รับแจ้งเกิดและออกหลักฐานใบรับแจ้งการเกิดอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และการกระทำของนาย ข. เป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารกระทำการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86
📚❌การจัดทำ รับรอง หรือใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ มีความผิดตามกฎหมาย ผู้ที่คิดจะกระทำผิดจึงควรตระหนักว่า การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบอาจไม่เพียงส่งผลต่อผู้อื่น แต่ยังนำมาซึ่งความรับผิดทั้งทางวินัย ทางอาญา และกระทบต่ออนาคตของตนเองได้
👀✨สัปดาห์หน้า เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต จะพาไปอ่านกรณีศึกษาเรื่องใหม่ที่น่าสนใจเรื่องอะไรอีกบ้าง อย่าลืมติดตามกันนะครับ
------------------------------------
📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
🔎 สัปดาห์นี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ชวนติดตามต่อกับประเด็น "แก้ไขรายการสัญชาติ การเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านและจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลต่างด้าว"
📖⚠️ กรณีศึกษานี้จะเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการดำเนินงานด้านทะเบียนราษฎร 🏠🪪 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนราษฎร สิทธิของบุคคล 👥 และความน่าเชื่อถือของระบบราชการ อย่างไร ไปติดตามกันครับ
นาย ก. ขณะดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตรและนาย ข. ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน ได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวร่วมกับกลุ่มบุคคลที่เป็นราษฎร โดยนาย ก. และ นาย ข. ร่วมกับกลุ่มบุคคลทั้งชาวไทยและบุคคลไม่มีสัญชาติไทย (ต่างด้าว) ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อนุมัติแก้ไขรายการสัญชาติและเพิ่มชื่อบุคคลไม่มีสัญชาติไทยลงในทะเบียนบ้าน (ทร.4) ในฐานะผู้มีสัญชาติไทย พร้อมออกบัตรประจำตัวประชาชน โดยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีการใช้เอกสารตรวจพิสูจน์สายพันธุกรรม (DNA) ปลอมประกอบการยื่นคำร้อง
⚖️มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การกระทำของนาย ก. และนาย ข มีมูลเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงและมีมูลเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 นอกจากนี้ นาย ก. ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ ยังมีมูลความผิดทางอาญามาตรา 162 (1) และ (4) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542 มาตรา 14 วรรคสาม
กรณีผู้ร่วมกระทำผิดกับ นาย ก. และ นาย ข. นั้น มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด
📌 ติดตามตอนต่อไปของ "เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต" พร้อมกรณีศึกษาน่าสนใจ ได้อีกครั้งในสัปดาห์หน้าครับ ✨
------------------------------------
📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
🚨 ช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวเข้าทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ ผิดทั้งอาญาและวินัย!!
📚 สัปดาห์นี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ชวนติดตามเกร็ดความรู้ ผ่านกรณีศึกษาและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตอน "ช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวให้มีรายชื่อหรือรายการในทะเบียนหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ" เพื่อเรียนรู้พฤติการณ์การทุจริต ผลการวินิจฉัย และบทลงโทษตามกฎหมาย ไปดูข้อเท็จจริงกันเลยครับ 👇
👤 นาย ก. ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทะเบียน 4 ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น สำนักทะเบียนราษฎร เทศบาลนครนนทบุรี อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่กระทำการปลอมเอกสารและแก้ไขรายการในทะเบียนบ้านด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวให้มีรายชื่อหรือรายการในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรจำนวน 17 ราย โดยศูนย์ประมวลผลการทะเบียน กรมการปกครอง ตรวจพบการใช้โปรแกรมปรับปรุงรายการบุคคล (ทร.44) เพิ่มชื่อโดยไม่เป็นไปตามขั้นตอน และใช้รหัสผ่านของผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติในการแก้ไขข้อมูลโดยมิชอบ
⚖️ มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 91 และเป็นความผิดวินัย
📌 กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า การปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูลทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ ไม่เพียงเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบราชการ ความมั่นคงของประเทศ และประโยชน์สาธารณะ อีกทั้งผู้กระทำยังต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางวินัย
⚠️ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนจึงควรยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
📖 แล้วมาติดตาม เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต ตอนใหม่จากสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ในสัปดาห์หน้ากันครับ
------------------------------------
📍 เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต‼️
🔎 สัปดาห์นี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ชวนอ่าน ซีรีส์เกร็ดความรู้ชุดใหม่ กับประเด็น "การทุจริตของเจ้าพนักงาน โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา และบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม" ⚖️🚔
📖 พบกับตอนแรก เรื่อง "แจ้งข้อกล่าวหาและส่งตัวผู้ต้องหาไม่ครบถ้วน"
⚠️ กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่เพียงเอื้อประโยชน์ให้ผู้กระทำผิด แต่ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม และหลักธรรมาภิบาลของภาครัฐ 🏛️ แล้วข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
📝 นาย ก. ขณะมียศร้อยตำรวจเอกในฐานะพนักงานสอบสวนคดีที่ นาย ว. ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 จำนวน 2 คดี คดีแรกสั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท คดีที่สองสั่งจ่ายเงิน 2,000,000 บาท โดยทั้ง 2 คดี มีนาย พ. เป็นผู้เสียหาย เมื่อนาย ก. จับกุมผู้ต้องหาได้ นาย ก. สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คดี แต่ดำเนินคดีและนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเฉพาะคดีแรก ซึ่งมีจำนวนเงินในเช็คน้อย โดยไม่ระบุในคำร้องฝากขังให้ศาลทราบว่าผู้ต้องหายังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอื่นอีก กับไม่คัดค้านการประกันตัวและไม่ขออายัดตัวผู้ต้องขังต่อผู้บัญชาการเรือนจำ เนื่องจากนาย ก. ได้แถลงต่อศาลขอนำตัวผู้ต้องหาขังที่ สน.หัวหมาก ต่อมาเมื่อสอบสวนเสร็จทั้ง 2 คดี ผู้ถูกกล่าวหากลับส่งสำนวนคดีแรกให้พนักงานอัยการเพียงคดีเดียว โดยไม่แจ้งให้พนักงานอัยการทราบว่านาย ว. ตกเป็นผู้ต้องหาอีกคดีหนึ่ง เป็นเหตุให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาเพียงคดีเดียว ซึ่งผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวและหลบหนีประกันในชั้นศาลไม่สามารถนำตัวมาลงโทษจนถึงปัจจุบัน การกระทำของนาย ก. จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย
⚖️มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสองประกอบพระราชบัญญัติข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 มาตรา 45 และพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พ.ศ. 2477 มาตรา 5 (12) และเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
📲 ติดตาม "เกร็ดความรู้...สู้ทุจริต" ตอนต่อไป พร้อมกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ได้อีกครั้งในสัปดาห์หน้าครับ ✨