Contrast
Font
b0a79088c09751933651a76c27da4288.jpg

ป.ป.ช. พิจิตร จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต ณ เทศบาลเมืองตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
จำนวนผู้เข้าชม: 35

02/03/2569
2 มีนาคม 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร มอบหมายกลุ่มงานป้องกันการทุจริตและชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต กิจกรรมที่ 1 การสำรวจพื้นที่ Survey และจับตามอง Watch ครั้งที่ 1 ประเด็นติดตามเรื่อง “โครงการก่อสร้างรางระบายน้ำพร้อมวางท่อระบายน้ำถนนร่มเกล้า ในเขตพื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ รวม 20 คน
 
ซึ่งประเด็นนี้สืบเนื่องจากภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชนตะพานหิน แจ้งเหตุเดือดร้อนเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวว่าก่อสร้างแล้วไม่สามารถช่วยระบายน้ำได้ตามวัตถุประสงค์
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ารายละเอียดโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำพร้อมวางท่อระบายน้ำถนนร่มเกล้า ได้รับงบประมาณจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ประจำปีงบประมาณ 2567โดยมีรายละเอียดโครงการก่อสร้างขนาดความกว้าง 6.90 เมตร ระยะทางยาวรวม 945.00 เมตร ลึก 1.50 เมตร วงเงินงบประมาณ 4,940,000 บาท ราคากลาง 4,955,527.25 บาท วงเงินก่อสร้าง 4,740,000 บาท เริ่มต้นสัญญา วันที่ 12 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2568 (120 วัน) รายละเอียดตามแบบแปลนเทศบาลเมืองตะพานหินกำหนด กับห้างหุ้นส่วนจำกัด ดวงตา ก่อสร้าง วิธีการจัดซื้อซื้อจัดจ้าง แบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยแบ่งจ่ายมีเนื้องานประกอบจำนวน ๒ งวด โดยทางเทศบาลได้ให้ข้อมูลดังนี้
ที่มาและการออกแบบโครงการ
- สภาพเดิม : พื้นที่เดิมมีลักษณะเป็นพงหญ้าขึ้นปกคลุม เทศบาลจึงต้องการทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยข้อมูลจากผังเมืองและที่ดินยืนยันว่าพื้นที่นี้เป็น "เขตทาง" ไม่ใช่ลำคลองสาธารณะเดิม มีการตรวจสอบย้อนหลังผ่าน Google Maps นานถึง 20 ปี และตรวจสอบกับแผนที่ของที่ดินจังหวัด พบว่าเดิมไม่มีทางน้ำนี้ แต่เป็นพื้นที่ที่เกิดจากการถมดินเพื่อทำเป็นคันกั้นน้ำไม่ให้ท่วมตัวเมืองในอดีต ซึ่งสภาพปัจจุบัน พื้นที่บางจุดมีปัญหาน้ำกัดเซาะจนเห็นฐานเสาธาตุ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องทำโครงการเพื่อป้องกันความเสียหาย เพื่อการระบายน้ำจากผิวถนนและบล็อกน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและโรงพยาบาล
- การออกแบบ: เนื่องจากเทศบาลขาดวิศวกรในช่วงแรก จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากอดีตผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลนครนครสวรรค์มาช่วยออกแบบให้ในระหว่างก่อสร้างพบปัญหาติดท่อประปาเมนหลัก ขนาดใหญ่ที่ส่งน้ำไปยังอำเภอชนแดนและทับคล้อ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะจะกระทบผู้ใช้น้ำวงกว้าง จึงมีการแก้ไขแบบจากรางระบายน้ำเปิดทั้งหมด เป็นการผสมผสานระหว่าง รางระบายน้ำและท่อระบายน้ำ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้ หลังจากการปรับปรุงแบบแปลน โครงการประกอบด้วยรางระบายน้ำ: ยาว 394 เมตร กว้าง 4 เมตร ลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร ท่อระบายน้ำ: ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 เมตร ยาว 517 เมตร ระยะทางรวมประมาณ 905 เมตร บ่อพัก จำนวน 23 บ่อ เพื่อใช้ดักตะกอนและขยะ ง่ายต่อการทำความสะอาด
- งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง
เดิมราคากลาง: เริ่มต้นที่ประมาณ 5,940,000 บาท (ปี 2566) แต่เมื่อคำนวณใหม่ตามราคาน้ำมันที่ลดลงในปี 2567 ราคากลางปรับลดลงเหลือประมาณ 4.7 ล้านบาท การประมูลใช้วิธี e-bidding ซึ่งในครั้งแรกไม่มีผู้ยื่นเสนอราคาเนื่องจากราคากลางต่ำเกินไป จนถึงการประมูลครั้งที่ 2 จึงได้ผู้รับจ้างคือ หจก.ดวงตาก่อสร้าง ในราคา 4,740,000 บาท
ทางเทศบาลฯ ทราบดีถึงปัญหาและข้อร้องเรียนของประชาชน และได้ชี้แจง ดังนี้
1. วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำจากผิวถนนและน้ำทิ้งจากครัวเรือน ไม่ใช่ทางระบายน้ำหลักเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ของเมือง
2. ข้อจำกัดทางภูมิประเทศ (พื้นที่แอ่งกระทะ) ชุมชนร่มเกล้าเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเป็น "พื้นที่แอ่งต่ำ" หรือแอ่งกระทะ ทำให้ในช่วงน้ำหลาก ระดับน้ำภายนอกจะสูงกว่าระดับน้ำภายในรางระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไม่สามารถไหลออกตามธรรมชาติได้ ต้องใช้ระบบสูบน้ำช่วย: ในสภาวะที่น้ำภายนอกสูงกว่า เทศบาลจำเป็นต้อง ปิดประตูระบายน้ำและใช้เครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อช่วยบ้านเรือนที่อยู่ในที่ต่ำสุด ซึ่งชาวบ้านบางส่วนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำในรางจึงดูไม่แห้งเองตามธรรมชาติ
3. พฤติกรรมการทิ้งขยะและน้ำเสียของชุมชน การทิ้งขยะลงท่อ: สาเหตุหลักที่ทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันและใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดจากการที่ชาวบ้าน ทิ้งขยะลงในรางโดยตรงโดยไม่มีตะแกรงกรองขยะ จากการลอกท่อพบทั้งขวดน้ำ ช้อน ส้อม และเศษวัสดุต่าง ๆ จำนวนมาก การปล่อยน้ำเสียโดยไม่ผ่านการบำบัด: ชาวบ้านส่วนใหญ่ ไม่มีถังดักไขมัน และมีการปล่อยน้ำทิ้งจากครัวเรือน รวมถึงสิ่งปฏิกูลจากห้องน้ำลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะโดยตรง ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมัน สิ่งปฏิกูล และเกิด กลิ่นเหม็น ตามมา
4. ข้อจำกัดด้านเทคนิคและการแก้ไขแบบติดท่อประปาเมนหลัก: เดิมออกแบบเป็นรางระบายน้ำเปิดทั้งหมด แต่เมื่อก่อสร้างจริงพบว่าติด ท่อประปาขนาดใหญ่ (ท่อเมนหลัก) ที่ส่งน้ำไปยังอำเภอชนแดนและทับคล้อ ซึ่งไม่สามารถย้ายได้เพราะจะกระทบผู้ใช้น้ำจำนวนมาก เทศบาลจึงต้องปรับแบบเป็น การวางท่อระบายน้ำขนาด 1.20 เมตร ในช่วงดังกล่าวแทน
5. ปัญหาการบำรุงรักษา เครื่องจักรชำรุด: ทางเทศบาลยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่ รถดูดโคลนเสีย และอยู่ระหว่างการซ่อมแซม ทำให้ไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดท่อได้ตามแผนงานปกติ (ทุก 3-4 เดือน) ส่งผลให้มีโคลนและขยะสะสมจนเกิดกลิ่นเหม็นในช่วงที่มีการร้องเรียน
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาของเทศบาลเมืองตะพานหินมีแผนการดำเนินงาน ทำการตั้งงบประมาณดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 เป็นลักษณะการวางท่อคอนกรีต เพื่อระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ และเศษตะกอนที่ยังคงอยู่ในรางระบายน้ำทางเทศบาลจะทำการตักออกในช่วงเดือนพฤษภาคม และมีแผนทำความสะอาดรางระบายน้ำและดูดโคลนทุก 3-4 เดือน เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ไม่ให้มีขยะหรือวัชพืชขวางทางน้ำ ระบบบำบัดและจุดสูบน้ำมีการวางแผนเชื่อมต่อรางระบายน้ำเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อพัก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งในหน้าแล้งและหน้าฝน โดยในหน้าฝนจะใช้วิธีบล็อกน้ำและตั้งเครื่องสูบน้ำออกเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมบ้านเรือน นอกจากนี้ มีแผนจะร่วมมือกับชลประทานจังหวัดเสนอโครงการเพื่อสร้างประตูระบายน้ำ ที่จะช่วยดักน้ำป่าจากพื้นที่รอบนอก ไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมืองและโรงพยาบาล การปรับปรุงระบบป้องกันเมืองร่วมกับทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมีแผนจะเข้าสำรวจจุดที่ระบบป้องกันน้ำท่วมเดิมเสียหาย เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงให้กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และร่วมหารือกับทางหลวงชนบทเพื่อพิจารณายกความสูงของถนนบางเส้นทาง เพื่อใช้เป็นแนวบล็อกน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ มีข้อจำกัดที่ต้องใช้งบประมาณสูงมาก เกินกำลังของงบประมาณท้องถิ่น จึงจำเป็นต้อง รอการจัดสรรงบอุดหนุนจากส่วนกลาง
จากประเด็นข้อร้องเรียนและการลงพื้นที่ตรวจสอบ เบื้องต้นรางระบายน้ำไม่พบความชำรุดเสียหายยังคงใช้งานได้ปกติ สำหรับระบบระบายน้ำที่ไม่สามารถระบายน้ำได้เท่าที่ควร นั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจาก ปัญหาขยะสะสมที่เกิดจากการทิ้งจากบ้านเรือนชุมชน และการที่รถดูดโคลนชำรุดทำให้การแก้ไขปัญหาการระบายน้ำไม่สะดวกเท่าที่ควร ทางสำนักงาน ป.ป.ช. แนะนำให้หน่วยงานจัดทำแผนบำรุงรักษาที่ยั่งยืนเป็นรูปธรรมในการดูแลและบำรุงรักษาโครงการให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เช่น แผนการทำความสะอาดและดูดโคลนทุก 3-4 เดือน และขอให้ทางเทศบาลสรุปคำชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ เป็นเอกสาร (เช่น ประเด็นเรื่องเขตทางที่ไม่ใช่ลำรางสาธารณะ และแนวทางการแก้ไขปัญหา) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทุกประเด็น และตรวจสอบรูปแบบแปลนก่อสร้างที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ได้แนะนำให้ควรมีการบริหารจัดการร่วมกับชุมชน เช่น การลงพื้นที่รณรงค์ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดและไม่ทิ้งขยะลงในรางระบายน้ำ เพื่อลดปัญหาการอุดตันและกลิ่นเหม็น ด้วย
โดยสรุป ประเด็นดังกล่าวนั้นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าของเงินงบประมาณ และผลักดันให้เทศบาล มีระบบการจัดการและสื่อสารกับชุมชนที่ชัดเจนขึ้นให้โครงการใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้หากพบประเด็นที่อาจเกิดการทุจริตในโครงการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
 
" ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ "
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
23/6 ถนนฝั่งสถานีรถไฟ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
0 5661 3407 – 9
ระบบแจ้งเบาะแสการทุจริตออนไลน์ (e-service) https://wbs.nacc.go.th/

Related