Contrast
Font
dee06fce8e9e863007fda71e99a6fc7b.jpg

ป.ป.ช. พิจิตร จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต ประเด็น โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองข้างโรงเรียนหนองถ้ำ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

จากไชต์: สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
จำนวนผู้เข้าชม: 46

11/03/2569
11 มีนาคม 2569
นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร มอบหมายกลุ่มงานป้องกันการทุจริต พร้อมด้วยชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร และชมรม STRONGฯ อำเภอเมืองพิจิตร จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต กิจกรรมที่ 1 การสำรวจพื้นที่ Survey และจับตามอง Watch ครั้งที่ 2 ประเด็นติดตามเรื่อง โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ กรณีเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองข้างโรงเรียนหนองถ้ำ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ปลัดอำเภอเมืองพิจิตร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ เจ้าหน้าที่ และภาคประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบโครงการที่เกี่ยวข้อง รวม 30 คน
โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ผู้รับผิดชอบดำเนินการ กองพัฒนาแหล่งน้ำ 1 กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้รับจ้าง บริษัท จ.จักรวาล 42 จำกัด งบประมาณ 75,735,000 บาท ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วันเริ่มต้นสัญญา 29 กันยายน 2568 วันสิ้นสุดสัญญา 7 กรกฎาคม 2569 (270 วัน) เป็นการดำเนินการขุดลอกคลองเป็นหลัก โดยมีระยะทางรวมทั้งหมด 12.86 กิโลเมตร รวมถึงอาคารประกอบต่าง ๆ ในพื้นที่ของโครงการ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ ขอรับสนับสนุนโครงการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค และใช้ในภาคการเกษตรช่วงขาดแคลนน้ำ และส่งน้ำเข้าถึงระบบน้ำแปลงใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำได้วางระบบพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลทำให้พื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลป่ามะคาบ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร และตำบลไผ่ล้อม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้มีระบบน้ำใช้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้มีโครงการที่ดำเนินการรวมทั้งสิ้น 18 โครงการ โดยก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว จำนวน 11 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองจิกปม บ้านคลองอุดม
2. โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านป่ามะคาบ
3. โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านแหลมยาง
4. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองท่าหลวงและลำน้ำสาขา
5. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองท่าหลวง หมู่ 1 และ หมู่ 2
6. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงอินทนิล บ้านคลองอุดม
7. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงเขาควาย
8. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองท่าหลวงและลำน้ำสาขา (ระยะ 2)
9. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงอินทนิล 2
10. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงงิ้ว พร้อมระบบกระจายน้ำ
11. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองโกรงเกรง คลองโกรงเกรง
เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่และต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรมทรัพยากรน้ำเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการที่จะดำเนินการในปีงบประมาณพ.ศ. 2569 มีจำนวน 2 โครงการ ได้แก่
1. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ได้รับการจัดสรรในกรณีเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง กับบริษัท จ.จักรวาล 42 จำกัด งบประมาณ 75,735,000 บาท สัญญาเริ่มต้นวันที่ 11 ตุลาคม 2568 สิ้นสุดวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ลักษณะงานของโครงการโดยสังเขป ประกอบด้วย งานเตรียมพื้นที่ งานดิน งานโครงสร้าง งานป้องกันการกัดเซาะ งานท่อ และอุปกรณ์ งานอาคารประกอบ และงานเบ็ดเตล็ด
2. โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองข้างโรงเรียนหนองถ้ำ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เป็นโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2569 กับบริษัท ซีน 168 จำกัด งบประมาณ 60,500,000 บาท วันเริ่มต้นสัญญา 3 มิถุนายน 2568 วันสิ้นสุดสัญญา 28 พฤษภาคม 2569 (360 วัน) โดยลักษณะงานของโครงการโดยสังเขป ดังนี้ งานเตรียมพื้นที่ งานดินงานโครงสร้าง งานป้องกัน การกัดเซาะ งานท่อและอุปกรณ์ งานอาคารประกอบ และงานเบ็ดเตล็ด
สำหรับกระบวนการดำเนินโครงการ กรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลว่า ก่อนการดำเนินโครงการ ได้จัดทำประชาคมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ และประชาชนในพื้นที่ พร้อมชี้แจงการดำเนินงาน โดยชุมชนในพื้นที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ซึ่งมีพื้นที่ของธนารักษ์พื้นที่บริเวณโรงเรียนที่มีปัญหาติดขัดเรื่องการใช้พื้นที่ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินการเป็นการขุดลอกพื้นที่เพิ่มแทน แต่ในส่วนของพื้นที่ของประชาชนในพื้นที่ยินยอมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินในแนวคลองให้กรมฯ เพื่อปรับปรุงเป็นทางสัญจรและคันคลอง ซึ่งการดำเนินงานโครงการคืบหน้าประมาณ 20% ในภาพรวม สำหรับการจัดการดินใช้หลักการ "ดินขุดเท่ากับดินถม" โดยนำดินที่ขุดลอกมาถมเป็นคันคลองและคันถนนทั้งหมดไม่มีการนำดินออกไปทิ้งภายนอก โดยกำหนดความแน่นดินที่ 85% เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นดินอ่อนและต้องการให้ดินยุบตัวตามธรรมชาติก่อนจะพัฒนาเป็นถนนหินคลุกในระยะแรก เพื่อความสะดวกในการสัญจรของประชาชน งานโครงสร้างใช้คอนกรีตกำลังอัด 210 KSC มีการติดตั้งอาคารบังคับน้ำ บล็อกคอนเวิร์ส และวางท่อขนาดใหญ่ (2 เมตร) ในจุดเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรและป้องกันอุบัติเหตุ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะทำให้ประสิทธิภาพการส่งน้ำจากเดิมที่การส่งน้ำระยะทาง 8 กม. ต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ ระบบใหม่จะช่วยให้น้ำส่งถึงพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง ด้านการเกษตร ช่วยให้ชาวบ้านสามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง (นาปีและนาปรัง) และช่วยบรรเทาปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ในด้านความปลอดภัย การใช้ท่อลอดขนาดใหญ่แทนคลองเปิดในบางช่วงช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของคนในชุมชน โดยการดำเนินโครงการล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากต้องชะลอการเข้าพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้สูบน้ำเข้าในช่วงทำนา และปัญหาจากสภาวะน้ำท่วมในช่วงปลายปี ที่ผ่านมา และมีการปรับแก้สัญญาโครงการ โดยการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ตรงกับหน้างานจริง เช่น การขยายระยะทางขุดลอกเพิ่มอีกประมาณ 1.5 กม. โดยการปรับลดงบประมาณจากงานโครงสร้างบางจุดที่ยังสามารถซ่อมแซมและใช้งานต่อได้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ให้ข้อมูลว่าการดำเนินงานโครงการได้กำชับให้ผู้รับจ้างเร่งทำงานในไตรมาสที่ 3 และบริหารจัดการวัสดุ (On-site) เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำมันหรือวัสดุก่อสร้างในอนาคต ซึ่งการดำเนินโครงการได้มีมาตรการป้องกันการทุจริต โดยมีการจัดตั้งสำนักงานโครงการเพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
จากการลงพื้นที่มีข้อสังเกตการดำเนินการโครงการ ดังนี้
1. การคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคา (e-bidding) ของโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ซึ่งมีผู้เสนอราคา 4 ราย โดยมีบริษัทหนึ่งเสนอราคาต่ำสุดที่ 74,555,500 บาท แต่ทำไมบริษัท จ.จักรวาล 42 จำกัด ถึงเป็นผู้ชนะโครงการ ทางกรมฯ ชี้แจงว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็น หจก. ไม่มี SME และบริษัท จ.จักรวาล 42 จำกัด เสนอราคาต่ำรองลงมา และมีคุณสมบัติครบถ้วน
2. การบริหารจัดการงานดิน งานขุดดินเปิดหน้าดิน ระยะขนดิน 1 กิโลเมตร เนื่องจากในรายละเอียดพบว่าปริมาณงานขุดและงานถมมีจำนวนใกล้เคียงกัน ประมาณ 1.19 แสนลูกบาศก์เมตร จึงตั้งข้อสังเกตว่าจุดทิ้งดินอยู่บริเวณไหน เพราะปริมาณดินมีจำนวนมาก ทางกรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลว่า เป็นงานดินถมจากดินขุด ขุดได้เท่าไหร่ก็เอามาถมบริเวณนั้น และความซ้ำซ้อนของพื้นที่ โดยโครงการทั้งสองโครงการไม่มีความซ้ำซ้อนของพื้นที่ดำเนินการแต่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อเพื่อให้การระบายน้ำมีความต่อเนื่อง
3. งานป้องกันการกัดเซาะ เนื่องจากพื้นที่โครงการไม่ใช่แม่น้ำสายหลัก ตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นของงานป้องกันการกัดเซาะ (หินทิ้ง) ว่ามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร ทางกรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลว่า เวลาน้ำไหลช่วงบริเวณประตูจะบีบน้ำทำให้น้ำไหลเร็ว จะทำให้เกิดการกัดเซาะ จึงต้องป้องกันการกัดเซาะ โดยในโครงการได้มีการกำหนดวัสดุป้องกันการกัดเซาะเชิงลาด พร้อมเมล็ดพืชและปุ๋ยในตัว และงานหินก่อ หินทิ้ง
4. การกำหนดจุดวางท่อระบายน้ำทั้ง 61 แห่ง ได้มีการสำรวจความต้องการของชาวบ้านครบถ้วนหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาการร้องเรียนหรือการตกหล่นของข้อมูลหน้างานภายหลัง ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่ามะคาบ ให้ข้อมูลว่าได้มีการทำประชาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงโครงการ ซึ่งประชาชนในพื้นที่เห็นด้วย และสำรวจครบถ้วน บางพื้นที่มีปัญหาเนื่องจากเป็นที่เอกชน แต่ได้รับความร่วมมือมีการยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ อบต. ดำเนินการโครงการ โดยให้มีการจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง
5. งบประมาณและค่าใช้จ่ายพิเศษ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณในส่วนค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทในทั้งสองโครงการ ทางกรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลว่า เป็นค่าบริหารจัดการ เช่น รถส่วนกลาง สำนักงานชั่วคราว และค่าน้ำมันตามคำแนะนำของ สตง. ในการจัดสรรงบประมาณการดำเนินการของโครงการในการบริหารโครงการเพราะที่ผ่านมามีผลกระทบกับผู้รับจ้าง
6. การบริหารสัญญาและความล่าช้า เนื่องจากโครงการมีความคืบหน้าค่อนข้างน้อย โดยโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาเจ้ย ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีผลงานสะสม 12.83%และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองข้างโรงเรียนหนองถ้ำ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร มีผลงานสะสม 17.31% รวมถึงแผนรับมือปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพของผู้รับจ้างในการทำงานให้เสร็จตามกำหนด ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำให้ข้อมูลว่าอุปกรณ์ ในการก่อสร้างโครงการทางผู้รับจ้างได้ซื้อมาสำหรับดำเนินการตั้งแต่เริ่มดำเนินการ และมีการกำหนดนโยบายและการประชุมเพื่อรับมือในการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทางอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำยืนยันว่าโครงการจะแล้วเสร็จตามกำหนด โดยจะกำกับดูแลด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาสามารถดำเนินการแก้ไขสั่งการได้ทันที
 
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะติดตาม เฝ้าระวัง และสังเกตการณ์การดำเนินโครงการทั้งสองโครงการ รวมถึง โครงการอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่มีหลายโครงการหลายโครงการในพื้นที่ เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องปราม และเฝ้าระวังการกระทำที่อาจส่อไปในทางทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วงและเกิดประโยชน์การใช้งานจากการก่อสร้างโครงการตามที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทั้งนี้ หากท่านพบความผิดปกติในการก่อสร้างภายใต้โครงการดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
 
" ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ "
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
เลขที่ 26/3 ถ.ฝั่งสถานีรถไฟ ตำบลในเมือง
อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร 66000
0 5661 3407 – 9
สายด่วน ป.ป.ช. 1205
FB : สำนักงานป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร
เว็บไซต์ www.nacc.go.th/phichit

Related